
AIS เปิด 5G-ADVANCED รายแรกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดันไทยสู่ยุคโครงข่าย AI
AIS ประกาศเปิดให้บริการ 5G-ADVANCED เชิงพาณิชย์รายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกระดับสปีดดาวน์โหลด 1.5 เท่า อัปโหลด 2 เท่า ผสาน AI บริหารเครือข่ายอัตโนมัติ วางฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทยรับเทคโนโลยี 6G
KEY
POINTS
- AIS เปิดตัวบริการ “AIS 5G-ADVANCED” เชิงพาณิชย์เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ใช้เทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation รวมคลื่นความถี่หลายย่าน ทำให้ความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลดสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- นำ AI เข้ามาบริหารจัดการเครือข่ายแบบอัตโนมัติ (AI Autonomous Network) เพื่อยกระดับสู่โครงข่ายอัจฉริยะ
นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าหน่วยธุรกิจงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล กล่าวว่า AIS เปิดตัว “AIS 5G-ADVANCED” ให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ
โดยถือเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยกระดับโครงข่าย 5G ไปสู่มาตรฐานใหม่ของการเชื่อมต่ออัจฉริยะ รองรับการใช้งานดิจิทัลยุคถัดไป และเป็นฐานสำคัญสู่การพัฒนาเทคโนโลยี 6G ในอนาคต
การยกระดับครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยี 5G SA Carrier Aggregation เข้ามารวมคลื่นความถี่หลายย่านเข้าด้วยกัน ทั้งในรูปแบบ Downlink 3CC และ Uplink 2CC โดย Downlink 3CC ผสานคลื่น 700 MHz, 2100 MHz และ 2600 MHz ส่วน Uplink 2CC รวมคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลของเครือข่ายให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลจากการรวมพลังคลื่นดังกล่าวทำให้ความเร็วดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.5 เท่า และความเร็วอัปโหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่า เมื่อเทียบกับการใช้งาน 5G ทั่วไป ขณะเดียวกันยังช่วยให้ค่าความหน่วงต่ำลง การตอบสนองของระบบรวดเร็วขึ้น และเพิ่มความเสถียรของการเชื่อมต่อ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องใช้งานดาต้าปริมาณสูงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอความละเอียดสูง เกมออนไลน์ ไลฟ์สตรีม การประชุมผ่านคลาวด์ หรือการอัปโหลดคอนเทนต์แบบเรียลไทม์
เบื้องต้น AIS เปิดให้บริการ 5G SA Downlink 3CC แล้วในพื้นที่สาทรและบางรัก ซึ่งเป็นย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ก่อนทยอยขยายสู่พื้นที่เศรษฐกิจหลักในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายในปี 2569 ขณะที่บริการ 5G SA Downlink 2CC เปิดให้บริการแล้วในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองทั่วประเทศ ส่วนบริการ 5G SA Uplink 2CC เปิดใช้งานแล้วในพื้นที่ตัวเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีแผนขยายครอบคลุมเมืองหลักทั่วประเทศภายในปีเดียวกัน
นอกจากการยกระดับความเร็วและเสถียรภาพของเครือข่าย AIS ยังนำ AI เข้ามาเสริมความปลอดภัยด้านการใช้งานผ่านบริการ AIS SAFE CONNECT ซึ่งสามารถแจ้งเตือนเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัยขณะรับสาย รวมถึงบริการแจ้งอุ่นใจ ตัดสายโจร *1185# และสายด่วน 1185 ที่ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับแจ้งเบาะแสเบอร์โทรศัพท์และ SMS ต้องสงสัย เพื่อเร่งบล็อกการติดต่อจากมิจฉาชีพและลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายวสิษฐ์ กล่าวว่า การลงทุนโครงข่ายครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการยกระดับ National Digital Infrastructure ของประเทศ เพราะโครงข่ายมือถือไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเชื่อมต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม และบริการสาธารณะในอนาคต การเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่ายในวันนี้จึงเท่ากับการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ ลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและใช้อุปกรณ์รองรับจะสามารถสังเกตสัญลักษณ์ 5G+ บนหน้าจอสมาร์ทโฟน และใช้งานเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม สะท้อนทิศทางใหม่ของการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านความครอบคลุมสัญญาณ ไปสู่การแข่งขันด้านเครือข่ายอัจฉริยะเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ







