thansettakij
thansettakij
เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก

เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก

05 พ.ค. 69 | 09:43 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 09:54 น.

ดีอี ผนึก อว. พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดตัว ThaiLLM โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทย วางโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ นำร่องใช้จริงด้านสุขภาพ สร้างอธิปไตยเทคโนโลยี ลดพึ่งพาต่างชาติ

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอีและ อว. ร่วมมือเปิดตัว "ThaiLLM" โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทย เพื่อสร้าง AI สัญชาติไทยและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
  • ThaiLLM เป็นโมเดลพื้นฐานแบบโอเพนซอร์ส มีจุดเด่นที่ความเข้าใจภาษาและบริบทสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง เปิดให้นักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดเฉพาะทางได้
  • เป้าหมายของโครงการคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและอธิปไตยทางเทคโนโลยี AI (AI Sovereignty) ให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาและควบคุมเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง

ประเทศไทยเดินหน้าเข้าสู่เกมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว หลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมภาคีเครือข่ายด้าน AI ของประเทศ เปิดตัวโครงการ ThaiLLM โมเดลปัญญาประดิษฐ์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการ หวังวางรากฐาน “AI สัญชาติไทย” ที่เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และบริบทเฉพาะของสังคมไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

การขับเคลื่อนครั้งนี้ถูกวางให้เป็นมากกว่าการสร้างโมเดลภาษา แต่คือการสร้าง โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ (AI Infrastructure) เพื่อผลักดันไทยสู่ อธิปไตยทางเทคโนโลยี AI หรือ AI Sovereignty ให้ประเทศมีศักยภาพในการพัฒนา ควบคุม และใช้ประโยชน์จาก AI ได้ด้วยตนเอง

 

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) กล่าวว่า ThaiLLM ได้พัฒนา Foundation Model ภาษาไทยจำนวน 2 ขนาด ได้แก่ 8B และ 30B ในรูปแบบเปิดให้นักพัฒนาสามารถนำไปต่อยอดได้ ผ่านระบบ open license และ open-weight เพื่อสร้าง Fine-tuned Model เฉพาะทางในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลสาธารณะและฐานข้อมูลจากความร่วมมือภาครัฐและเอกชนที่ครอบคลุมกฎหมาย งานวิจัย และข้อมูลข่าวสารในบริบทไทย

เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก “จุดเด่นของ ThaiLLM คือการถูกออกแบบมาเพื่อเข้าใจภาษาไทยในระดับลึก ทั้งโครงสร้างภาษา วิธีสื่อสาร และบริบททางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่โมเดลต่างประเทศยังตอบโจทย์ได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้สามารถนำไปต่อยอดใช้งานจริงได้แม่นยำกว่า”

หนึ่งในภาคส่วนแรกที่ถูกนำมาใช้ทดสอบคือ ภาคสุขภาพ โดยมีการพัฒนาโมเดลเฉพาะทางด้านการแพทย์ รวมถึงแชตบอตช่วยคัดกรองอาการและให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องอาศัยความเข้าใจภาษาที่ละเอียดอ่อนและข้อมูลเฉพาะทางสูง

นอกจากนี้ โครงการยังเชื่อมความร่วมมือกับเครือข่ายนักพัฒนา AI ไทย อาทิ PathummaLLM ของ NECTEC, THaLLE ของ KBTG, Typhoon ของ SCB DataX และ OpenThaiGPT ของ AIEAT เพื่อทดลองพัฒนาโมเดลต่อยอดจาก ThaiLLM ในบริบทการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งด้านธุรกิจ การเงิน การศึกษา และบริการสาธารณะ

เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก ควบคู่กันนั้น ได้มีการเปิดแพลตฟอร์ม ThaiLLM Playground เป็นศูนย์กลางให้ประชาชนและนักพัฒนาเข้าถึงโมเดล AI ภาษาไทย ทั้งในรูปแบบ API สำหรับเชื่อมต่อระบบ และ Chat Sandbox สำหรับทดลองสนทนา โดยมี NT และ SIAM.AI CLOUD สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรประมวลผล

ปัจจุบันมีนักพัฒนาและผู้สนใจเข้ามาทดลองใช้งาน ThaiLLM Playground แล้วมากกว่า 8,000 ราย ตั้งแต่ต้นปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ AI ที่ตอบโจทย์ภาษาไทยและโจทย์เฉพาะของประเทศอย่างชัดเจน

เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก ด้านนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  หรือ ดีอี กล่าวว่า เป้าหมายของ ThaiLLM ไม่ใช่เพียงสร้างโมเดลภาษาใหม่ขึ้นมาแข่งขันกับผู้เล่นระดับโลก แต่คือการสร้างขีดความสามารถที่ประเทศไทยเป็นเจ้าของ ตั้งแต่ข้อมูล เครื่องมือ บุคลากร ไปจนถึงแพลตฟอร์ม เพื่อให้ไทยสามารถกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ได้เอง

“ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีจากภายนอก แต่ต้องมีศักยภาพเป็นผู้สร้างและผู้กำหนดเงื่อนไขการใช้เทคโนโลยีของตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต” นายพชรกล่าว

เปิดตัว ThaiLLM ปั้น AI สัญชาติไทย ลดพึ่งพาเทคโนโลยีโลก

ด้าน ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า ความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงครั้งนี้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเปลี่ยนบทบาทประเทศไทยจาก “ผู้ใช้งาน AI” ไปสู่ “ผู้สร้างระบบนิเวศ AI” โดยกระทรวง อว. ได้สนับสนุนทั้งด้านงานวิจัย โครงสร้างพื้นฐานประมวลผล และการพัฒนาบุคลากร

หนึ่งในหัวใจหลักคือการใช้ LANTA ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ของเนคเทค สวทช. เป็นฐานฝึกโมเดลภายในประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการใช้บริการคลาวด์ต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมช่วยรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลสำคัญไม่ให้ถูกส่งออกไปประมวลผลภายนอก

ขณะเดียวกัน ยังมีการเร่งพัฒนากำลังคนผ่านหลักสูตรอบรมด้าน AI จำนวน 4 ระดับ ครอบคลุมตั้งแต่นักพัฒนามือใหม่จนถึงนักวิจัยขั้นสูง ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วกว่า 700 คน เพื่อเป็นฐานกำลังสำคัญรองรับอุตสาหกรรม AI ของประเทศในระยะยาว