
Google อัปเกรด Gemini เสริมฟีเจอร์ดูแลสุขภาพจิต-ป้องกันทำร้ายตัวเอง
Google อัปเดต Gemini เพิ่มระบบตรวจจับสัญญาณวิกฤตสุขภาพจิต พร้อมแสดงช่องทางติดต่อสายด่วนทันที และอัดฉีดงบ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (975 ล้านบาท) หนุนเครือข่ายความช่วยเหลือทั่วโลก
KEY
POINTS
- Gemini ได้รับการอัปเกรดให้สามารถรับมือกับประเด็นสุขภาพจิต โดยจะแสดงปุ่มเชื่อมต่อไปยังสายด่วนช่วยเหลือทันทีเมื่อตรวจพบความเสี่ยงการทำร้ายตัวเอง
- มีการปรับปรุงระบบให้หลีกเลี่ยงคำตอบที่อาจกระตุ้นพฤติกรรมอันตราย และเพิ่มเกราะป้องกันสำหรับเยาวชนไม่ให้ AI แสดงตนเป็นเพื่อนเพื่อป้องกันการพึ่งพาทางอารมณ์
- Google.org ประกาศสนับสนุนเงินทุน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสายด่วนทั่วโลก และนำ Gemini มาช่วยฝึกอบรมอาสาสมัคร
Google ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่บน Gemini เพื่อยกระดับการตอบโต้ในประเด็นด้านสุขภาพจิต ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีการใช้งาน AI ที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยบริษัทเชื่อมั่นว่า AI ที่มีความรับผิดชอบจะสามารถแสดงบทบาทเชิงบวกต่อความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจของผู้คนได้
ในกรณีที่การสนทนาบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตัวเอง Gemini จะแสดงอินเทอร์เฟซแบบ "สัมผัสเดียว" เพื่อเชื่อมต่อผู้ใช้งานไปยังทรัพยากรสายด่วนความช่วยเหลือในทันที โดยมีตัวเลือกทั้งการโทร แชท หรือส่งข้อความ ซึ่งหน้าต่างข้อมูลนี้จะปรากฏค้างไว้ตลอดการสนทนาเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้งานเข้าสู่กระบวนการขอความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ Google ยังได้ปรับปรุงโมดูล "Help is available" ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก เพื่อให้ข้อมูลที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยระบบถูกฝึกฝนให้จดจำสถานการณ์สุขภาพจิตที่รุนแรง และส่งต่อไปยังทรัพยากรช่วยเหลือในโลกแห่งความเป็นจริง
พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการให้คำตอบที่อาจเป็นการยอมรับหรือกระตุ้นพฤติกรรมที่เป็นอันตราย รวมถึงการแยกแยะความเชื่อที่ผิดออกจากข้อเท็จจริงอย่างนุ่มนวล
ขณะเดียวกัน Google.org ได้ประกาศสนับสนุนเงินทุนจำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (975 ล้านบาท) ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสายด่วนความช่วยเหลือทั่วโลก
โดยมีการขยายความร่วมมือกับ รีเฟลกซ์เอไอ (ReflexAI) ผ่านการมอบเงินทุน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (130 ล้านบาท) และการนำ Gemini เข้าไปร่วมในการฝึกอบรมอาสาสมัครผ่านระบบจำลองที่สมจริงร่วมกับองค์กรด้านการศึกษา อาทิ เอริกา ไลท์เฮาส์ (Erika’s Lighthouse) และ เอดูเคเตอร์ส ไธรฟ์วิง (Educators Thriving)
ที่มา 9to5google







