thansettakij
thansettakij
ฟูจิตสึ ชู DI PaaS ปลดล็อก AI Realization หนุนองค์กรไทยโตยั่งยืน

ฟูจิตสึ ชู DI PaaS ปลดล็อก AI Realization หนุนองค์กรไทยโตยั่งยืน

24 ก.พ. 2569 | 11:03 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.พ. 2569 | 11:16 น.

ฟูจิตสึ เร่งเครื่องช่วยธุรกิจไทยรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลกด้วย AI และข้อมูล ชูแพลตฟอร์ม DI PaaS สร้างผลลัพธ์จริง พร้อมรับสิทธิประโยชน์ BOI หนุนงบดิจิทัล 50%

KEY

POINTS

  • ฟูจิตสึนำเสนอแพลตฟอร์ม DI PaaS (Data Intelligence Platform as a Service) เพื่อช่วยองค์กรไทยก้าวข้ามความท้าทายและนำ AI ไปใช้งานได้จริง (AI Realization) เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
  • DI PaaS มีจุดเด่นในการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายจากหลายระบบเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถใช้ AI วิเคราะห์เชิงลึกและช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต
  • แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาสำคัญในการใช้ AI เช่น ความปลอดภัยของข้อมูล และความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ โดยเน้นการสร้าง AI ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบในระดับองค์กร

นางสาวกนกกมล เลาหบูรณะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา โลกต่างเผชิญกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง บวกกับนโยบายกีดกันทางการค้าที่ผันผวน และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรไทย ในยุคที่การตัดสินใจต้องรวดเร็วและแข่งกับเวลา ควบคู่ไปกับความอยู่รอดขององค์กร เป็นความท้าทายใหม่ที่ต้องรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

นอกจากสถานการณ์โลกที่ปั่นป่วนและท้าทายทางด้านธุรกิจแล้ว การสร้างผลกระทบทางธุรกิจจากการใช้ AI นับเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตามอง เพราะ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนวัตกรรมยุคใหม่ ที่ช่วยเร่งความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เพิ่มประสิทธิผล และนวัตกรรม ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานความรู้

ปี 2568: ปีแห่งการเร่งลงทุนด้าน AI จากผลสำรวจของฟูจิตสึในปี 2568 พบว่า 77% ขององค์กรมีแผนเพิ่มการลงทุนด้าน AI โดยองค์กรกว่า 98% ได้นำ Generative AI มาใช้แล้ว ซึ่งมี 26% นำไปใช้ทั่วทั้งองค์กร และ 35% นำไปใช้เพียงบางหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม องค์กรยังเผชิญความท้าทายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลองค์กร (53%) การขาดบุคลากรด้าน AI (50%) ความเสี่ยงของการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา (47%) โซลูชัน AI ที่ยังขาดความพร้อมในการใช้งานจริงในระดับองค์กร (47%) และความไม่เชื่อมั่นในผลลัพธ์ของ AI (31%)

ด้านรายงานของ แมคคินซีย์ แอนด์ คอมพานี (McKinsey & Company) หัวข้อ The State of AI: How Organizations Are Rewiring to Capture Value, March 2025 ระบุว่า ปัจจุบันองค์กรกว่า 75% ใช้ AI แล้ว แต่มีเพียง 25% เท่านั้นที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง ช่องว่างนี้เป็นผลจากการขาดแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ได้อย่างสำเร็จตามเป้าหมาย

ฟูจิตสึ ชู DI PaaS ปลดล็อก AI Realization หนุนองค์กรไทยโตยั่งยืน แนวทางปลดล็อกธุรกิจสู่การนำ AI ไปใช้งานจริง ฟูจิตสึ ได้นำเสนอแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้ได้ดีอย่างมีประสิทธิผล โดยก้าวข้ามจากขั้นตอนของ "การสำรวจเทคโนโลยี (Exploration)" ไปสู่ "การนำไปใช้งานจริง (Realization)" เพื่อสร้างผลกระทบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล (Data Foundation): การวางรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายระบบที่เคยแยกส่วนกัน (Siloed Data) ให้สามารถเข้าถึงและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบพร้อมรองรับการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ข้อมูลที่เชื่อถือได้ (Trusted Data): การยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผ่านกระบวนการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) อย่างเป็นระบบ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์จาก AI
  • AI ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ (Secured & Trusted AI): การออกแบบและนำ AI มาใช้งานในระดับองค์กรโดยคำนึงถึงความปลอดภัย การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแล และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทางธุรกิจจริงได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

ปัจจุบันแนวทางดังกล่าวได้ถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์ม Fujitsu Data Intelligence Platform as a Service (DI PaaS) ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งให้เป็นหนึ่งเดียวและประมวลผลเชิงลึกด้วย AI เพื่อช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างรวดเร็วภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา

จากการบริหารข้อมูลมหาศาลสู่การตัดสินใจแบบเรียลไทม์ กรณีศึกษาที่สะท้อนความท้าทายดังกล่าวได้เด่นชัดที่สุด คือ ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งต้องบริหารจัดการโรงงาน 24 แห่ง สินค้ากว่า 100,000 รายการ และซัพพลายเออร์อีกมากกว่า 2,500 ราย เมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานแห่งหนึ่งของซัพพลายเออร์หลัก ซึ่งก่อนใช้โซลูชันของฟูจิตสึ ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการประเมินผลกระทบเพราะข้อมูลกระจายอยู่ในหลายระบบ แต่เมื่อองค์กรนำ DI PaaS มาใช้ การตอบสนองต่อเหตุการณ์เฉพาะหน้าดังกล่าวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

จุดเด่นของ DI PaaS ที่ต่างจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วไป คือ ความสามารถในการผสานข้อมูลจากหลายระบบเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบหลักขององค์กร พร้อมนำการวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาช่วยสร้างมุมมองเชิงลึกที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจ จากกรณีศึกษา องค์กรสามารถมองเห็นภาพรวมซัพพลายเชนทั่วโลกได้ภายในระยะเวลาอันสั้น เพิ่มกำไรต่อปีมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (325 ล้านบาท) ผ่านการวางแผนการผลิต การขาย และการบริหารสินค้าคงคลังที่แม่นยำ รวมถึงช่วยลดภาระงานและจำนวนทรัพยากรบุคคลที่ต้องใช้ลงอย่างมีนัยสำคัญ

ฟูจิตสึเผย 3 เสาหลักทรงพลัง ที่จะยกระดับองค์กรสู่การตัดสินใจด้วยข้อมูลอัจฉริยะอย่างเต็มประสิทธิภาพ

  1. การเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร: DI PaaS ช่วยสร้างมุมมองแบบรวมศูนย์ของระบบห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงลูกค้าปลายทาง ด้วยการผสานรวมข้อมูลจากระบบ ERP แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ เครือข่ายซัพพลายเออร์ และข้อมูลการวิเคราะห์ตลาด ทำให้องค์กรสามารถตรวจพบคอขวด คาดการณ์สินค้าคงคลัง และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้แบบเรียลไทม์
  2. การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent: DI PaaS ได้ผสานรวม Multi-agent AI สำหรับการทำงานอัตโนมัติ เมื่อสถานการณ์วิกฤต AI Agent เฉพาะทางจะวิเคราะห์หลายมิติพร้อมกัน ทั้งผลกระทบด้านต้นทุน ความเสี่ยงด้านคุณภาพ ข้อพิจารณาทางกฎหมาย และทางเลือกในการขนส่ง จากนั้น Orchestrator Agent จะรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อแนะนำแนวทางการตอบสนองที่เหมาะสมที่สุด
  3. AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ระดับองค์กร: การนำ AI มาใช้ในระดับองค์กรต้องมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยเฉพาะข้อมูลจาก แมคคินซีย์ (McKinsey) ระบุว่า 47% ขององค์กรประสบผลกระทบเชิงลบจาก GenAI โดยเฉพาะปัญหาความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ DI PaaS ถูกออกแบบให้รองรับการใช้งาน AI ในระดับองค์กร ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ Reliable (โปร่งใสและเชื่อถือได้) Responsible (มีความรับผิดชอบและจริยธรรม) และ Resilient (ยืดหยุ่นและปลอดภัย)

ฟูจิตสึพร้อมขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ยุค AI Realization การนำ AI ไปใช้ให้ได้ผลจริงต้องอาศัยรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ความปลอดภัยในระดับองค์กร และแพลตฟอร์มที่รองรับการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ DI PaaS ถูกออกแบบมาเพื่อให้องค์กรก้าวสู่ “การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้” อีกทั้งยังช่วยให้สามารถสร้างโซลูชัน AI ที่ใช้งานได้จริงในระยะเวลาอันสั้น และตัดสินใจในช่วงเวลาวิกฤตได้อย่างมั่นใจ แม่นยำ และรวดเร็ว

ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและการให้บริการดิจิทัลระดับองค์กร ด้วยการได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับความสามารถในการสนับสนุนองค์กรไทยในเส้นทางสู่การปรับเปลี่ยนทางดิจิทัล การได้รับการรับรองครั้งนี้ ทำให้ฟูจิตสึสามารถทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่ไว้วางใจได้ พร้อมมอบบริการที่ช่วยให้องค์กรดำเนินกระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ได้รวดเร็ว ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ยังช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐได้มากขึ้น อาทิ เงินทุนสนับสนุนสูงสุดถึง 50% สำหรับโครงการด้านการปรับเปลี่ยนทางดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล และเทคโนโลยีทางด้าน AI ซึ่งเป็นหัวใจของการยกระดับศักยภาพองค์กรในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล