WEF เผยปี 69 องค์กรข้ามผ่านขั้นทดลองสู่การใช้ AI สร้างผลตอบแทนจริง

20 ม.ค. 2569 | 02:14 น.

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม เผยรายงานดัชนี MINDS ปี 2569 พบองค์กรชั้นนำทั่วโลกก้าวข้ามการทดลองสู่การใช้ AI สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง พร้อมเปิด 5 กลยุทธ์กุญแจความสำเร็จ

KEY

POINTS

  • รายงานจาก WEF ชี้ว่าองค์กรส่วนใหญ่ได้ก้าวข้ามขั้นทดลองและเริ่มนำ AI มาใช้ในกระบวนการหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง
  • บริษัทชั้นนำหลายแห่ง เช่น Lenovo, AMD, และ Hitachi Rail ได้ใช้ AI เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความเร็วในการทำงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
  • นอกเหนือจากผลตอบแทนทางธุรกิจ AI ยังถูกนำไปใช้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อความยั่งยืนและสังคม เช่น การลดการปล่อยคาร์บอน และการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข

ายงาน "Proof over Promise: Insights on Real-World AI Adoption from 2025 MINDS Organizations" โดย World Economic Forum (WEF) ร่วมกับ Accenture เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2569 ระบุว่าการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจได้ก้าวข้ามจุดของการทดลองไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง

โดยองค์กรส่วนใหญ่สามารถขยายผลการใช้งานจากโครงการนำร่องไปสู่กระบวนการทำงานหลักที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม

WEF เผยปี 69 องค์กรข้ามผ่านขั้นทดลองสู่การใช้ AI สร้างผลตอบแทนจริง 5 กลยุทธ์สำคัญสู่ความสำเร็จในการใช้ AI จากการศึกษาองค์กรในกลุ่ม MINDS พบแนวทางสำคัญที่ทำให้การใช้ AI ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย:

  1. การผนวก AI เป็นกลยุทธ์หลักขององค์กรเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
  2. การเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากร (Augmentation) มากกว่าการเข้ามาแทนที่
  3. การวางรากฐานข้อมูลให้แข็งแกร่งและมีคุณภาพเพื่อรองรับการขยายผลในวงกว้าง
  4. การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ทันสมัย มีความปลอดภัย และคล่องตัว
  5. การยึดหลัก AI ที่รับผิดชอบ มีความโปร่งใส และมีการกำกับดูแลโดยมนุษย์ที่เหมาะสม

กรณีศึกษาความสำเร็จและผลตอบแทนทางธุรกิจ รายงานได้ยกตัวอย่างองค์กรที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจาก AI ได้อย่างมหาศาล ดังนี้:

  • ธนาคาร ICBC: พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาคการเงิน ช่วยจัดการภาระงานที่เทียบเท่ากับแรงงานคนถึง 50,000 ปี
  • Lenovo: ใช้ AI Agent บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ช่วยลดเวลาในการตัดสินใจลง 50-60% และตรวจพบความผิดปกติได้ล่วงหน้า 2 สัปดาห์
  • AMD และ Synopsys: ใช้ AI ออกแบบชิป ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน 2 เท่า และลดต้นทุนได้ถึง 5 เท่า
  • Hitachi Rail: ใช้ AI บริหารจัดการสินทรัพย์ ช่วยลดความล่าช้าในการเดินรถได้ 20% และลดค่าบำรุงรักษาได้ 15%

WEF เผยปี 69 องค์กรข้ามผ่านขั้นทดลองสู่การใช้ AI สร้างผลตอบแทนจริง  

ผลกระทบต่อความยั่งยืนและสังคม

  • Schneider Electric: นำ AI มาใช้จัดการพลังงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 28% และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 430,000 ดอลลาร์สหรัฐ (13,975,000 บาท) ต่อปีต่อแห่ง
  • State Grid Corporation of China: ลดต้นทุนการดำเนินงานโครงข่ายไฟฟ้าได้ 1,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (36,400 ล้านบาท) พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้ 510,000 ตันต่อปี
  • กระทรวงสาธารณสุข ซาอุดีอาระเบีย: ใช้ AI ประเมินความเสี่ยงโรคเท้าเบาหวาน ช่วยลดค่ารักษาพยาบาลได้ถึง 80%
  • Cambridge Industries: ใช้ AI ตรวจสภาพถนนในแอฟริกา ช่วยลดค่าซ่อมถนนฉุกเฉินได้ 40% และลดอุบัติเหตุในเขตก่อสร้างลง 50%
  • Phagos: ใช้ AI พัฒนาการบำบัดด้วยไวรัสกินแบคทีเรีย ลดเวลาวิจัยจาก 2 ปี เหลือ 2 เดือน โดยมีอัตราความสำเร็จในการรักษาสูงถึง 100%

WEF เผยปี 69 องค์กรข้ามผ่านขั้นทดลองสู่การใช้ AI สร้างผลตอบแทนจริง แนวโน้มสำคัญที่พบคือ 75% ขององค์กรในกลุ่ม MINDS ได้นำรายได้หรือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ในโครงการปัจจุบัน กลับมาลงทุนซ้ำเพื่อขยายผลไปสู่ส่วนงานอื่นๆ ต่อไป เพื่อสร้างการเติบโตและความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง