ร ายงาน "Proof over Promise: Insights on Real-World AI Adoption from 2025 MINDS Organizations" โดย World Economic Forum (WEF) ร่วมกับ Accenture เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2569 ระบุว่าการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI ) มาใช้ในภาคธุรกิจได้ก้าวข้ามจุดของการทดลองไปสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
โดยองค์กรส่วนใหญ่สามารถขยายผลการใช้งานจากโครงการนำร่องไปสู่กระบวนการทำงานหลักที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม
5 กลยุทธ์สำคัญสู่ความสำเร็จในการใช้ AI จากการศึกษาองค์กรในกลุ่ม MINDS พบแนวทางสำคัญที่ทำให้การใช้ AI ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย:
การผนวก AI เป็นกลยุทธ์หลักขององค์กรเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
การเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากร (Augmentation) มากกว่าการเข้ามาแทนที่
การวางรากฐานข้อมูลให้แข็งแกร่งและมีคุณภาพเพื่อรองรับการขยายผลในวงกว้าง
การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีให้ทันสมัย มีความปลอดภัย และคล่องตัว
การยึดหลัก AI ที่รับผิดชอบ มีความโปร่งใส และมีการกำกับดูแลโดยมนุษย์ที่เหมาะสม
กรณีศึกษาความสำเร็จและผลตอบแทนทางธุรกิจ รายงานได้ยกตัวอย่างองค์กรที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจาก AI ได้อย่างมหาศาล ดังนี้:
ธนาคาร ICBC: พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่สำหรับภาคการเงิน ช่วยจัดการภาระงานที่เทียบเท่ากับแรงงานคนถึง 50,000 ปี
Lenovo: ใช้ AI Agent บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ช่วยลดเวลาในการตัดสินใจลง 50-60% และตรวจพบความผิดปกติได้ล่วงหน้า 2 สัปดาห์
AMD และ Synopsys: ใช้ AI ออกแบบชิป ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน 2 เท่า และลดต้นทุนได้ถึง 5 เท่า
Hitachi Rail: ใช้ AI บริหารจัดการสินทรัพย์ ช่วยลดความล่าช้าในการเดินรถได้ 20% และลดค่าบำรุงรักษาได้ 15%
ผลกระทบต่อความยั่งยืนและสังคม
Schneider Electric: นำ AI มาใช้จัดการพลังงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ 28% และประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 430,000 ดอลลาร์สหรัฐ (13,975,000 บาท) ต่อปีต่อแห่ง
State Grid Corporation of China: ลดต้นทุนการดำเนินงานโครงข่ายไฟฟ้าได้ 1,120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (36,400 ล้านบาท) พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนได้ 510,000 ตันต่อปี
กระทรวงสาธารณสุข ซาอุดีอาระเบีย: ใช้ AI ประเมินความเสี่ยงโรคเท้าเบาหวาน ช่วยลดค่ารักษาพยาบาลได้ถึง 80%
Cambridge Industries: ใช้ AI ตรวจสภาพถนนในแอฟริกา ช่วยลดค่าซ่อมถนนฉุกเฉินได้ 40% และลดอุบัติเหตุในเขตก่อสร้างลง 50%
Phagos: ใช้ AI พัฒนาการบำบัดด้วยไวรัสกินแบคทีเรีย ลดเวลาวิจัยจาก 2 ปี เหลือ 2 เดือน โดยมีอัตราความสำเร็จในการรักษาสูงถึง 100%
แนวโน้มสำคัญที่พบคือ 75% ขององค์กรในกลุ่ม MINDS ได้นำรายได้หรือผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ในโครงการปัจจุบัน กลับมาลงทุนซ้ำเพื่อขยายผลไปสู่ส่วนงานอื่นๆ ต่อไป เพื่อสร้างการเติบโตและความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง