OpenAI เปิด ChatGPT Health รับดีมานด์ผู้ใช้ถามสุขภาพ 230 ล้านคนต่อสัปดาห์

08 ม.ค. 2569 | 08:38 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 08:45 น.

OpenAI ประกาศเปิดตัว ChatGPT Health อย่างเป็นทางการ หลังพบผู้ใช้งานทั่วโลกสอบถามข้อมูลด้านสุขภาพผ่าน ChatGPT กว่า 230 ล้านคนต่อสัปดาห์ เดินหน้าเพิ่มฟีเจอร์คัดกรองอาการ ให้ข้อมูล และสนับสนุนระบบแพทย์ดิจิทัล

KEY

POINTS

  • OpenAI เปิดตัว ChatGPT Health เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานกว่า 230 ล้านคนต่อสัปดาห์ที่สอบถามข้อมูลด้านสุขภาพ
  • ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย AI ด้านสุขภาพ (AI Health Assistant) ให้ข้อมูลเบื้องต้นและคำแนะนำ แต่ไม่สามารถวินิจฉัยหรือรักษาโรคแทนแพทย์ได้
  • ถูกวางตัวเป็น "ด่านหน้า" ของระบบสุขภาพดิจิทัล เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้นและลดความแออัดในสถานพยาบาล

OpenAI ประกาศเปิดตัว “ChatGPT Health” อย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการสอบถามและเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพ หลังพบว่าการใช้งาน ChatGPT ในประเด็นสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 230 ล้านคนต่อสัปดาห์ ที่เข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ การดูแลตนเอง และอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น สะท้อนความต้องการเครื่องมือดิจิทัลด้านสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและใช้งานได้จริง

OpenAI เปิด ChatGPT Health รับดีมานด์ผู้ใช้ถามสุขภาพ 230 ล้านคนต่อสัปดาห์

จากการเปิดตัวดังกล่าว ChatGPT Health ถูกพัฒนาให้ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพ (AI Health Assistant) โดยเน้นการให้ข้อมูล คำแนะนำ และการสนับสนุนการใช้งานในชีวิตประจำวัน มากกว่าการวินิจฉัยหรือรักษาโรคแทนแพทย์ ซึ่งถือเป็นการกำหนดบทบาท AI ให้สอดคล้องกับกรอบจริยธรรมและระบบสาธารณสุข

 

การพัฒนา ChatGPT Health มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญ เช่น การคัดกรองอาการเบื้องต้น การให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ การซักประวัติผู้ป่วยในรูปแบบดิจิทัล การติดตามอาการหลังการรักษา รวมถึงการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในงานด้านข้อมูลและเอกสาร ช่วยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาโดยตรง

OpenAI เปิด ChatGPT Health รับดีมานด์ผู้ใช้ถามสุขภาพ 230 ล้านคนต่อสัปดาห์

OpenAI ระบุว่า ความต้องการใช้งานด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญให้ต้องพัฒนา ChatGPT Health แยกออกมาอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความปลอดภัยของข้อมูล และขอบเขตการใช้งานที่เหมาะสม โดยเฉพาะในประเด็นข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล ซึ่งถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามกฎหมายในหลายประเทศ

ในมุมของระบบสาธารณสุข ChatGPT Health ถูกมองว่าเป็น “ด่านหน้า” ของการดูแลสุขภาพดิจิทัล ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว ลดความแออัดในสถานพยาบาล และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการผู้ป่วย โดยเฉพาะในยุคที่สังคมโลกกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยและต้นทุนด้านการรักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

การเปิดตัว ChatGPT Health จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของแพลตฟอร์ม AI แต่เป็นสัญญาณการขยายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่โครงสร้างระบบสุขภาพอย่างจริงจัง ทั้งในมิติการใช้งานของผู้บริโภค ภาคธุรกิจ HealthTech และระบบแพทย์ในระยะยาว