KEY
POINTS
ปิดฉากปี 2568 และก้าวเข้าสู่ปี 2569 อย่างเป็นทางการ ทิศทางของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง ไมโครซอฟท์ยังคงปักหมุดอยู่ที่ "ปัญญาประดิษฐ์" (AI) อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณภาพและประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงจากผู้ใช้งานทั่วโลกในช่วงปีที่ผ่านมา จนทำให้เกิดคำนิยามเชิงลบอย่าง "AI Slop" หรือขยะไอทีที่แพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ต
สัตยา นาเดลลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ไมโครซอฟท์ได้แบ่งปันวิสัยทัศน์ผ่านบทความ "Looking Ahead to 2026" โดยยืนยันว่าปีนี้จะเป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ AI ซึ่งก้าวข้ามผ่านช่วงการค้นพบเข้าสู่ยุคของการแพร่กระจายเทคโนโลยีไปสู่ทุกภาคส่วน พร้อมแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต้องการให้ผู้ใช้งานเลิกมองว่า AI เป็นเพียงขยะไอทีที่ไร้คุณภาพ แต่ให้หันมามองถึงแก่นสารและการสร้างมูลค่าที่จับต้องได้จริง
นาเดลลา ระบุว่าในปี 2569 ไมโครซอฟท์กำลังพยายามแยกแยะระหว่างสิ่งที่เรียกว่า "Spectacle" หรือการสร้างความตื่นตาตื่นใจเพียงชั่วคราว กับ "Substance" หรือเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานจริง
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์ ถูกวิจารณ์เรื่องการยัดเยียด Copilot ลงในทุกผลิตภัณฑ์ จนผู้ใช้งานบางส่วนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น เช่น การย้ายไปใช้ระบบปฏิบัติการ Linux ที่เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
แม้ว่า Copilot จะเป็นหัวหอกสำคัญจากการลงทุนมหาศาลใน OpenAI แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่ง่ายนัก เมื่อคู่แข่งสำคัญอย่าง Google Gemini เริ่มเร่งเครื่องแซงหน้า โดยเฉพาะในตลาดกลุ่มองค์กร (Enterprise) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของ ไมโครซอฟท์
ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวลดลง 5% ท่ามกลางความกังวลว่าความได้เปรียบด้าน AI กำลังจางหายไป
สำหรับ ไมโครซอฟท์แล้ว ปี 2569 คือปีแห่งการพิสูจน์ว่า AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือสร้างเนื้อหาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะออนไลน์อีกต่อไป แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่ ไมโครซอฟท์จะพลาดไม่ได้อีกต่อไป
ที่มา Windowscentral