
ThaiCERT ระดมสมอง รับมือช่องโหว่ PHP2Shell ระดับวิกฤต ลดเสี่ยงบริการดิจิทัลไทย
ThaiCERT เร่งวางแนวทางรับมือช่องโหว่ PHP2Shell ระดับวิกฤต หลัง “ภราดร” กำชับ สกมช. ขับเคลื่อน 4 มาตรการเชิงรุก ลดความเสี่ยงต่อระบบสารสนเทศและบริการดิจิทัลสำคัญของประเทศ
KEY
POINTS
- ThaiCERT ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานสำคัญเพื่อวางแนวทางรับมือช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤต “PHP2Shell”
- ช่องโหว่ดังกล่าวมีความรุนแรงสูง อาจเปิดให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าควบคุมระบบจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อบริการดิจิทัลของประเทศ
- แนวทางรับมือประกอบด้วยการเร่งตรวจสอบระบบ ติดตั้งแพตช์แก้ไข และยกระดับการเฝ้าระวังตามข้อสั่งการของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- รัฐมนตรีได้กำชับ 4 มาตรการเชิงรุก ได้แก่ การแจ้งเตือนภัย การประเมินความเสี่ยง การยกระดับการเฝ้าระวัง และการติดตามผลการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ เพื่อเร่งวางแนวทางรับมือช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับวิกฤต “PHP2Shell”
ช่องโหว่ดังกล่าวอาจเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้าถึงหรือควบคุมระบบจากระยะไกลโดยไม่ผ่านการยืนยันตัวตน ทำให้เว็บไซต์ ระบบสารสนเทศ และบริการดิจิทัลสำคัญของประเทศมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ
การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) ที่กำชับให้ สกมช. เร่งตรวจสอบ ป้องกัน และลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ PHP2Shell รวมถึงช่องโหว่อื่นที่มีความรุนแรงสูง
เร่งตรวจสอบระบบ–ติดตั้งแพตช์
ThaiCERT มุ่งสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และแนวทางตรวจสอบระบบที่มีความเสี่ยง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แนวทางรับมือครอบคลุมการปรับปรุงและอัปเดตซอฟต์แวร์ การติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ ตลอดจนการยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจจับพฤติกรรมการโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมแลกเปลี่ยนปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำแนวทางไปดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
“ภราดร” กำชับ 4 มาตรการเชิงรุก
นายภราดรได้กำชับให้ สกมช. เร่งขับเคลื่อนมาตรการสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
- แจ้งเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับประเทศ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบสถานการณ์และดำเนินการป้องกันได้อย่างทันท่วงที
- สำรวจและประเมินความเสี่ยงของระบบสารสนเทศสำคัญ เพื่อค้นหาระบบที่อาจได้รับผลกระทบและเร่งลดความเสี่ยง
- ยกระดับการเฝ้าระวังและตรวจจับการโจมตี เพิ่มความสามารถในการตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติและตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็ว
- ติดตามผลการแก้ไขและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความคืบหน้าและสถานการณ์ความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ลดความเสี่ยงบริการดิจิทัลสะดุด
ที่ผ่านมา สกมช. โดย ThaiCERT ได้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่ข้อมูลทางเทคนิคสำหรับตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ รวมถึงประสานเครือข่ายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการลดความเสี่ยงของระบบที่อาจได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ThaiCERT จะเฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ และติดตามผลการแก้ไขอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิคและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ระบบสารสนเทศและบริการดิจิทัลสำคัญของประเทศดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการภาครัฐ ข้อมูลสำคัญ และการใช้บริการดิจิทัลของประชาชน







