thansettakij
thansettakij
สำนักงาน กสทช. ตั้ง 4 ข้อสังเกต ประชุมนัดพิเศษ กรรมการ 6 คน

สำนักงาน กสทช. ตั้ง 4 ข้อสังเกต ประชุมนัดพิเศษ กรรมการ 6 คน

22 ต.ค. 69 | 06:32 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 06:48 น.

สำนักงาน กสทช. ตั้ง 4 ข้อสังเกตการประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คน ทั้งอำนาจจัดประชุม การเลือกประธาน การส่งมติประชุม และการมอบหมายเจ้าหน้าที่ ย้ำต้องเป็นไปตามกฎหมาย

KEY

POINTS

  • ตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจตามกฎหมายในการจัดประชุมนัดพิเศษและบรรจุวาระของกรรมการ 6 คน ว่ายังไม่มีความชัดเจน
  • ชี้ว่าหากกรรมการเห็นว่าประธานพ้นตำแหน่งแล้ว ควรดำเนินการเลือกประธานคนใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีการดำเนินการดังกล่าว
  • สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือมติจากการประชุมนัดพิเศษอย่างเป็นทางการ รับทราบข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น
  • มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ถูกสั่งให้เข้าร่วมประชุม โดยไม่ได้รับการมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงานฯ

22 ตุลาคม 2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประชุม กสทช. นัดพิเศษของกรรมการ กสทช. 6 คน ซึ่งจัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่ายังมีประเด็นที่ต้องการความชัดเจน 4 ด้าน ดังนี้

1. อำนาจจัดประชุมและการบรรจุระเบียบวาระ

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. กรรมการอีก 6 คนได้จัดประชุมที่เรียกว่า “การประชุม กสทช. นัดพิเศษ” หลายครั้ง แต่สำนักงานฯ ยังเห็นว่าต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบที่ใช้เป็นฐานในการจัดประชุม รวมถึงการบรรจุระเบียบวาระ

สำนักงานฯ ระบุด้วยว่า กรรมการ กสทช. เคยมีหนังสือแจ้งว่าจะใช้ระเบียบวาระที่ประธาน กสทช. อนุมัติไว้สำหรับการประชุมครั้งที่ 22/2569 ซึ่งเป็นระเบียบวาระภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการบางประเด็นไม่เป็นไปตามที่เคยแจ้งไว้

2. ขั้นตอนการเลือกประธาน กสทช.

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า หากกรรมการทั้ง 6 คนเห็นว่าประธาน กสทช. พ้นจากตำแหน่งแล้วตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ก็ควรดำเนินการตามมาตรา 20 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดขั้นตอนในกรณีประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งไว้ว่า ให้ กสทช. ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ แล้วแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ระบุว่า ณ วันที่ให้ข้อมูล ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีการดำเนินการเลือกประธาน กสทช. ตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วหรือไม่ โดยได้รับทราบเพียงการเลือกประธานในที่ประชุมแต่ละครั้ง

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

3. การส่งรายงานและมติที่ประชุม

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ได้รับทราบความคืบหน้าของการประชุมนัดพิเศษผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือมติที่ประชุมที่จัดส่งมาเป็นหนังสือ ณ วันที่ให้ข้อมูล

4. การให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เข้าร่วมประชุม

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ได้รับทราบว่าที่ประชุมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ เข้าร่วมทำหน้าที่หรือชี้แจงข้อมูล โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงานฯ

นายไตรรัตน์ ย้ำว่า สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานของรัฐ การดำเนินงานของสำนักงานฯ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จึงต้องยึดกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ พร้อมขอให้การดำเนินการในประเด็นดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย

สำหรับกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนที่จัดประชุมบอร์ดในวาระพิเศษ ประกอบด้วย

1. นายศุภัช ศุภชลาศัย

2. พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ

3.  ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรอง รามสูต

4. นายต่อพงศ์ เสลานนท์

5.  พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร

6. นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์.