
สำนักงาน กสทช. ตั้ง 4 ข้อสังเกต ประชุมนัดพิเศษ กรรมการ 6 คน
สำนักงาน กสทช. ตั้ง 4 ข้อสังเกตการประชุมนัดพิเศษของกรรมการ 6 คน ทั้งอำนาจจัดประชุม การเลือกประธาน การส่งมติประชุม และการมอบหมายเจ้าหน้าที่ ย้ำต้องเป็นไปตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- ตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจตามกฎหมายในการจัดประชุมนัดพิเศษและบรรจุวาระของกรรมการ 6 คน ว่ายังไม่มีความชัดเจน
- ชี้ว่าหากกรรมการเห็นว่าประธานพ้นตำแหน่งแล้ว ควรดำเนินการเลือกประธานคนใหม่ตามขั้นตอนกฎหมาย แต่ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีการดำเนินการดังกล่าว
- สำนักงาน กสทช. ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือมติจากการประชุมนัดพิเศษอย่างเป็นทางการ รับทราบข้อมูลผ่านสื่อเท่านั้น
- มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ ถูกสั่งให้เข้าร่วมประชุม โดยไม่ได้รับการมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงานฯ
22 ตุลาคม 2569 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประชุม กสทช. นัดพิเศษของกรรมการ กสทช. 6 คน ซึ่งจัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่ายังมีประเด็นที่ต้องการความชัดเจน 4 ด้าน ดังนี้
1. อำนาจจัดประชุมและการบรรจุระเบียบวาระ
สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ภายหลังมีข่าวเกี่ยวกับคุณสมบัติของประธาน กสทช. กรรมการอีก 6 คนได้จัดประชุมที่เรียกว่า “การประชุม กสทช. นัดพิเศษ” หลายครั้ง แต่สำนักงานฯ ยังเห็นว่าต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับบทบัญญัติกฎหมายและระเบียบที่ใช้เป็นฐานในการจัดประชุม รวมถึงการบรรจุระเบียบวาระ
สำนักงานฯ ระบุด้วยว่า กรรมการ กสทช. เคยมีหนังสือแจ้งว่าจะใช้ระเบียบวาระที่ประธาน กสทช. อนุมัติไว้สำหรับการประชุมครั้งที่ 22/2569 ซึ่งเป็นระเบียบวาระภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีคำวินิจฉัยแล้ว อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการบางประเด็นไม่เป็นไปตามที่เคยแจ้งไว้
2. ขั้นตอนการเลือกประธาน กสทช.
สำนักงาน กสทช. ระบุว่า หากกรรมการทั้ง 6 คนเห็นว่าประธาน กสทช. พ้นจากตำแหน่งแล้วตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ก็ควรดำเนินการตามมาตรา 20 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดขั้นตอนในกรณีประธานกรรมการพ้นจากตำแหน่งไว้ว่า ให้ กสทช. ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ แล้วแจ้งนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ระบุว่า ณ วันที่ให้ข้อมูล ยังไม่ได้รับแจ้งว่ามีการดำเนินการเลือกประธาน กสทช. ตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วหรือไม่ โดยได้รับทราบเพียงการเลือกประธานในที่ประชุมแต่ละครั้ง
3. การส่งรายงานและมติที่ประชุม
สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ได้รับทราบความคืบหน้าของการประชุมนัดพิเศษผ่านการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมหรือมติที่ประชุมที่จัดส่งมาเป็นหนังสือ ณ วันที่ให้ข้อมูล
4. การให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เข้าร่วมประชุม
สำนักงาน กสทช. ระบุว่า ได้รับทราบว่าที่ประชุมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ เข้าร่วมทำหน้าที่หรือชี้แจงข้อมูล โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการจากสำนักงานฯ
นายไตรรัตน์ ย้ำว่า สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานของรัฐ การดำเนินงานของสำนักงานฯ และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จึงต้องยึดกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ พร้อมขอให้การดำเนินการในประเด็นดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมาย
สำหรับกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนที่จัดประชุมบอร์ดในวาระพิเศษ ประกอบด้วย
1. นายศุภัช ศุภชลาศัย
2. พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ
3. ศาสตราจารย์กิตติคุณพิรงรอง รามสูต
4. นายต่อพงศ์ เสลานนท์
5. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร
6. นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์.







