thansettakij
thansettakij
ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ปี 2026 รั้งที่ 4 อาเซียน

ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ปี 2026 รั้งที่ 4 อาเซียน

30 ก.ย. 69 | 09:26 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ย. 69 | 09:27 น.

ผลดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2026 ไทยได้ 37.6 คะแนน อยู่ในอันดับ 44 ขยับขึ้นจากอันดับ 45 ในปีก่อน รั้งอันดับ 4 อาเซียน รองจากสิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ส่วนปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรมอยู่อันดับ 46 และผลผลิตทางนวัตกรรมอันดับ 41

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 44 ในดัชนีนวัตกรรมโลก (GII) ปี 2026 ขยับขึ้น 1 อันดับ และครองอันดับ 4 ในกลุ่มประเทศอาเซียน
  • อันดับที่ดีขึ้นมาจากผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation Output) โดยมีจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาที่สนับสนุนโดยภาคธุรกิจ และการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูง
  • จุดอ่อนสำคัญที่ฉุดรั้งอันดับคือการใช้จ่ายด้านการศึกษา การส่งออกบริการด้าน ICT และจำนวนดีลเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ซึ่งอยู่ในอันดับท้ายๆ

ผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2026 หรือ Global Innovation Index (GII) ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 44 ได้คะแนนรวม 37.6 คะแนน ขยับขึ้น 1 อันดับจากปี 2025 ซึ่งอยู่ในอันดับ 45 ได้ 36.7 คะแนน

 

ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 4 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ อันดับ 5 ของโลก ได้ 61.0 คะแนน มาเลเซีย อันดับ 34 ได้ 41.8 คะแนน และเวียดนาม อันดับ 43 ได้ 37.7 คะแนน โดยคะแนนของไทยต่ำกว่าเวียดนาม 0.1 คะแนน

สวิตเซอร์แลนด์ครองอันดับ 1 ของโลก

ประเทศที่อยู่ใน 10 อันดับแรกของดัชนีนวัตกรรมโลกปี 2026 ได้แก่

  • อันดับ 1 สวิตเซอร์แลนด์ 66.7 คะแนน
  • อันดับ 2 สวีเดน 63.2 คะแนน
  • อันดับ 3 สหรัฐอเมริกา 62.3 คะแนน
  • อันดับ 4 เกาหลีใต้ 61.4 คะแนน
  • อันดับ 5 สิงคโปร์ 61.0 คะแนน
  • อันดับ 6 สหราชอาณาจักร 59.6 คะแนน
  • อันดับ 7 เนเธอร์แลนด์ 58.4 คะแนน
  • อันดับ 8 ฟินแลนด์ 57.9 คะแนน
  • อันดับ 9 เดนมาร์ก 57.7 คะแนน
  • อันดับ 10 จีน 57.0 คะแนน

สำหรับประเทศอาเซียนอื่น ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับ 52 ได้ 33.8 คะแนน อินโดนีเซีย อันดับ 55 ได้ 32.7 คะแนน กัมพูชา อันดับ 93 ได้ 23.0 คะแนน บรูไน อันดับ 98 ได้ 23.8 คะแนน ลาว อันดับ 108 ได้ 21.2 คะแนน และเมียนมา อันดับ 125 ได้ 17.4 คะแนน

ไทยได้ 37.6 คะแนน เพิ่มจาก 36.7 คะแนน

ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ปี 2026 รั้งที่ 4 อาเซียน

ผลการจัดอันดับของไทยระหว่างปี 2021–2026 มีดังนี้

  • ปี 2021 อันดับ 43
  • ปี 2022 อันดับ 43
  • ปี 2023 อันดับ 43
  • ปี 2024 อันดับ 41
  • ปี 2025 อันดับ 45
  • ปี 2026 อันดับ 44

ในปี 2026 ไทยมีอันดับด้านปัจจัยนำเข้าทางนวัตกรรม หรือ Innovation Input Sub-Index อยู่ที่ 46 เท่ากับปี 2025 ส่วนผลผลิตทางนวัตกรรม หรือ Innovation Output Sub-Index อยู่ในอันดับ 41 จากอันดับ 43 ในปีก่อน

เปิดอันดับองค์ประกอบหลัก 7 ด้าน

ผลประเมินองค์ประกอบหลักของไทยในปี 2026 ประกอบด้วย

  • สถาบัน อันดับ 80 ได้ 46.7 คะแนน
  • ทุนมนุษย์และการวิจัย อันดับ 55 ได้ 36.6 คะแนน
  • โครงสร้างพื้นฐาน อันดับ 58 ได้ 48.7 คะแนน
  • ระบบตลาด อันดับ 27 ได้ 49.5 คะแนน
  • ระบบธุรกิจ อันดับ 41 ได้ 34.4 คะแนน
  • ผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยี อันดับ 38 ได้ 30.5 คะแนน
  • ผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ อันดับ 44 ได้ 33.6 คะแนน

เมื่อเทียบกับปี 2025 ด้านสถาบันเปลี่ยนจากอันดับ 76 เป็น 80 ทุนมนุษย์และการวิจัยจากอันดับ 53 เป็น 55 โครงสร้างพื้นฐานจากอันดับ 59 เป็น 58 และระบบตลาดอยู่ในอันดับ 27 เท่ากับปีก่อน

ส่วนระบบธุรกิจเปลี่ยนจากอันดับ 42 เป็น 41 ผลผลิตจากความรู้และเทคโนโลยีจากอันดับ 44 เป็น 38 และผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์จากอันดับ 39 เป็น 44

วิจัยภาคธุรกิจอันดับ 5 ส่งออกไฮเทคอันดับ 8

ตัวชี้วัดที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยในปี 2026 ได้แก่ สัดส่วนค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาในประเทศที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาคธุรกิจ อันดับ 5 สัดส่วนบุคลากรที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาในภาคธุรกิจ อันดับ 7 และสินเชื่อภายในประเทศที่ให้แก่ภาคเอกชนต่อ GDP อันดับ 7

ไทยขยับขึ้นอันดับ 44 นวัตกรรมโลก ปี 2026 รั้งที่ 4 อาเซียน

ด้านผลผลิตทางนวัตกรรม ตัวชี้วัดอนุสิทธิบัตรที่ยื่นโดยผู้มีถิ่นพำนักในประเทศต่อ GDP ตามความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้ออยู่ในอันดับ 5 สัดส่วนการส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ต่อการค้ารวมอยู่ในอันดับ 6 และสัดส่วนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีสูงต่อการค้ารวมอยู่ในอันดับ 8

ตัวชี้วัดที่เป็นจุดเปราะบางของไทย ได้แก่

  • สัดส่วนการจ้างงานที่ใช้ความรู้เข้มข้น อันดับ 91
  • จำนวนดีลเงินร่วมลงทุนที่ได้รับต่อ GDP ตามความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ อันดับ 104
  • สัดส่วนรายจ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP อันดับ 119
  • สัดส่วนการส่งออกบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารต่อการค้ารวม อันดับ 130
  • สัดส่วนการส่งออกบริการด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ต่อการค้ารวม อันดับ 110

NIA วางแผนร่วมลงทุนธุรกิจนวัตกรรม

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กำหนดแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันในระดับสากล ครอบคลุมการส่งเสริมเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ การเชื่อมโยงโอกาสเข้าถึงพื้นที่ทดสอบและโครงการนำร่อง การเข้าถึงนักลงทุน ความร่วมมือข้ามประเทศ และการทำงานร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่เพื่อขยายการใช้งาน

กลุ่มเทคโนโลยีเป้าหมายประกอบด้วยเกษตรและอาหาร การแพทย์ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี พลังงาน สิ่งแวดล้อมและยานยนต์ไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงความคิดสร้างสรรค์และวัฒนธรรม

สำหรับแผนงาน NIA Venture กำหนดบทบาทจาก “ผู้ให้ทุน” สู่ “ผู้ร่วมลงทุน” โดยมีรูปแบบดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่

Corporate Co-funding ร่วมสนับสนุนเงินดำเนินกิจการของสตาร์ทอัพและ SMEs กับนักลงทุนที่ผ่านการรับรองจาก NIA สำหรับธุรกิจระยะ Seed–Series A หรือมีรายได้ 500,000–20 ล้านบาท

PE Trust ร่วมลงทุนในกิจการของสตาร์ทอัพและ SMEs ผ่านกองทุนทรัสต์ สำหรับธุรกิจระยะ Series A–Pre-IPO หรือมีรายได้ 20–100 ล้านบาท เพื่อการเติบโตและเชื่อมต่อกับตลาดทุน

Holding Company ร่วมลงทุนในกิจการสตาร์ทอัพและ SMEs ที่มีศักยภาพสูง ผ่านการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์โดยตรง บริษัทโฮลดิงของสถาบันการศึกษาหรือเอกชน หรือการลงทุนผ่านกองทุนอื่น

แผนงานมีเป้าหมายปิดช่องว่างเงินทุนช่วงรอยต่อระหว่าง Seed Round และ Series A ลดความเสี่ยงในการลงทุนของภาคเอกชน และผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ BCG เทคโนโลยีการแพทย์ และเทคโนโลยีการเกษตร

ด้านการขับเคลื่อน GII นั้น NIA ทำหน้าที่ประสานข้อมูลตัวชี้วัดกับหน่วยงานภาครัฐและดูแลระบบจัดการข้อมูลเชิงกลยุทธ์ ขณะที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาและคณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ประสานความร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO ซึ่งให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาทางเทคนิค ส่วนหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องร่วมขับเคลื่อนด้านข้อมูลและนโยบาย