thansettakij
thansettakij
ไทยมุ่งหน้า "ชาตินวัตกรรม" ขึ้นแท่นอันดับ 3 ด้านการพัฒนานวัตกรรมในอาเซียน  ​

ไทยมุ่งหน้า "ชาตินวัตกรรม" ขึ้นแท่นอันดับ 3 ด้านการพัฒนานวัตกรรมในอาเซียน ​

16 พ.ย. 66 | 22:52 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ย. 66 | 00:48 น.

ผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลกประจำปี 2566 ชี้ว่า ไทยมีความโดดเด่นเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน และอันดับ 43 ของโลก โดยมีอันดับของกลุ่มปัจจัยดีขึ้น 5 กลุ่มจาก 7 กลุ่ม ขณะภาครัฐพร้อมเดินหน้าส่งเสริมไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม”

 

​นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2566 (Global Innovation Index 2023) ของ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) วานนี้ (16 พ.ย.) ซึ่งไทยได้รับการจัดอันดับ เป็นอันดับที่ 43 จากทั้งหมด 132 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก และถือเป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศพร้อมกำหนดนโยบายส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม”

ทั้งนี้ ดัชนีนวัตกรรมโลกเป็นการจัดอันดับความสามารถทางนวัตกรรมของประเทศและเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั่วโลก ผ่านการประเมินตัวชี้วัดทั้งสิ้น 80 ตัว เน้นย้ำถึงบทบาทที่สำคัญของนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก ซึ่งในปีนี้ แม้ไทยยังคงอันดับที่ 43 เท่ากับปีที่แล้ว แต่มีปัจจัยย่อยที่ดีขึ้น ได้แก่

  • ปัจจัยย่อยการนำเข้าทางนวัตกรรม (Innovation input sub-index) อยู่ในอันดับที่ 44 (ดีขึ้น 4 อันดับ)
  • และปัจจัยย่อยผลผลิตทางนวัตกรรม (Innovation output sub-index) อยู่ในอันดับที่ 43 (ดีขึ้น 1 อันดับ)
  • นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายกลุ่มปัจจัย ไทยมีอันดับของกลุ่มปัจจัยดีขึ้น 5 กลุ่มจากทั้งหมด 7 กลุ่ม โดยกลุ่มที่มีอันดับดีขึ้นมากที่สุด คือ กลุ่มปัจจัยด้านระบบตลาด (Market sophistication) ซึ่งไทยอยู่ในอันดับที่ 22 (ดีขึ้น 5 อันดับ)

ผลการจัดอันดับดังกล่าวระบุว่า ไทยมีการเติบโตของเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่สูงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยความสามารถในการผลิตนวัตกรรมมีมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนในด้านนวัตกรรมภายในประเทศที่มากขึ้น และไทยมีจุดแข็งในการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ การส่งออกสินค้าสร้างสรรค์ ค่าใช้จ่ายมวลรวมภายในประเทศสำหรับการวิจัยและพัฒนา ซึ่งลงทุนโดยภาคเอกชนหรือองค์กรธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงจุดแข็งในด้านการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์อรรถประโยชน์ตามถิ่นกำเนิด (Utility Models by origin) เป็นต้น

“ยืนยันความตั้งใจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถทางด้านนวัตกรรมของประเทศ นายกรัฐมนตรีเดินหน้าผลักดันพัฒนาการทางนวัตกรรมเสมอมา โดยสอดคล้องกับผลของการจัดอันดับที่ระบุว่า ไทยมีพัฒนาการทางด้านนวัตกรรมที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปัจจัย ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าภายใต้การดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรีจะขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” และไทยจะก้าวสู่อันดับที่ 30 ของประเทศที่มีความสามารถด้านนวัตกรรมของโลกภายในปี 2573” นายชัยกล่าว

10 ประเทศชั้นนำของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ประจำปี 2566

สำหรับ 10 ประเทศชั้นนำของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม จาก 132 ประเทศในดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2566 (Global Innovation Index 2023) นั้น ได้แก่ 

  1. สวิตเซอร์แลนด์ (ครองอันดับสูงสุด 13 ปีติดต่อกัน)
  2. สวีเดน
  3. สหรัฐอเมริกา
  4. สหราชอาณาจักร
  5. สิงคโปร์
  6. ฟินแลนด์
  7. เนเธอร์แลนด์
  8. เยอรมนี
  9. เดนมาร์ก
  10. เกาหลีใต้

จะเห็นได้ว่า จากรายชื่อ 10 ประเทศชั้นนำของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ( 7 จาก 10 ประเทศ) ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย มีเพียง 2 ประเทศที่ติดใน 10 อันดับแรก ซึ่งได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ที่มาเป็นอันดับ 5 ของโลก และประเทศเกาหลีใต้ เป็นอันดับที่ 10 ขณะที่ประเทศไทยนั้น อยู่ในอันดับที่ 43

ทั้งนี้ รายงานดัชนีนวัตกรรมโลก ประจำปี 2566 เปิดเผยว่า ประเทศจีน ตุรกี อินเดีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอิหร่าน เป็นประเทศในกลุ่มรายได้ปานกลาง ซึ่งมีความก้าวหน้าในด้านนวัตกรรมมากที่สุดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ตามรายงาน ประเทศเหล่านี้กำลังบุกเบิก “คลื่นนวัตกรรมดิจิทัล” (digital innovation wave) ที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ และระบบอัตโนมัติ และ “คลื่นนวัตกรรมวิทยาศาสตร์เชิงลึก” (deep science innovation wave) ที่มีพื้นฐานจากเทคโนโลยีชีวภาพและนาโนเทคโนโลยี