thansettakij
thansettakij
ซัมซุง คาดชิป AI ขาดแคลนถึงปี 2028 เซ็นสัญญา 5 ปี ล็อกกำลังผลิต Data Center

ซัมซุง คาดชิป AI ขาดแคลนถึงปี 2028 เซ็นสัญญา 5 ปี ล็อกกำลังผลิต Data Center

30 ก.ค. 69 | 08:11 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ก.ค. 69 | 08:35 น.

ซัมซุง มั่นใจดีมานด์ชิป AI ยังเติบโตต่อเนื่อง คาดอุปทานตึงตัวลากยาวถึงปี 2028 เร่งเซ็นสัญญาระยะยาวกับผู้ให้บริการ Data Center รายใหญ่ ล็อกกำลังผลิต 60-70% พร้อมเผยกำไรธุรกิจชิปไตรมาส 2 พุ่งกว่า 250 เท่า

KEY

POINTS

  • ซัมซุงคาดการณ์ว่าชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีภาวะอุปทานตึงตัวและขาดแคลนต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 (2028)
  • บริษัทได้ลงนามในสัญญาระยะยาว 5 ปีกับผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ เพื่อล็อกกำลังการผลิตในระยะยาวไว้ประมาณ 60-70%
  • ความต้องการชิป AI ที่สูงส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจชิปในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นกว่า 250 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พร้อมส่งสัญญาณเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยระบุว่าความต้องการชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง และภาวะอุปทานตึงตัวจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2571

มุมมองดังกล่าวช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้หวั่นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทั่วโลกอาจเริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการชิปลดลงในระยะถัดไป

คาดชิปตึงตัวต่ออีก 2 ปี

แจจุน คิม (Jaejune Kim) รองประธานบริหารฝ่ายธุรกิจหน่วยความจำของ Samsung กล่าวว่า บริษัทประเมินว่าอุปทานชิปในปี 2570 จะตึงตัวกว่าปีนี้ และสถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571

ซัมซุง คาดชิป AI ขาดแคลนถึงปี 2028 เซ็นสัญญา 5 ปี ล็อกกำลังผลิต Data Center

เพื่อรองรับดีมานด์ระยะยาว Samsung ได้ลงนามสัญญาจัดหาชิประยะยาวกับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล (Data Center) รายใหญ่ที่สุดของโลกแล้ว 5 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสุดท้ายกับลูกค้ารายใหญ่อีก 5 ราย แม้ไม่ได้เปิดเผยชื่อบริษัท

สัญญาดังกล่าวมีอายุอย่างน้อย 5 ปี ครอบคลุมกำลังการผลิตระยะยาวประมาณ 60-70% ของบริษัท พร้อมกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินล่วงหน้าและราคาขั้นต่ำ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนขยายกำลังการผลิต

นักวิเคราะห์จาก NH Investment & Securities ระบุว่า ถ้อยแถลงของผู้บริหาร Samsung ในการประชุมผลประกอบการครั้งนี้สร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดมากกว่าที่คาด และสะท้อนว่าบริษัทยังเห็นแนวโน้มเชิงบวกของตลาด AI ในระยะยาว

กำไรธุรกิจชิปพุ่งกว่า 250 เท่า

ผลประกอบการไตรมาส 2 สะท้อนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ โดย Samsung มีกำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจชิปอยู่ที่ 89.2 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นมากกว่า 250 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กำไรดังกล่าวยังสูงกว่ากำไรรวมของบริษัทตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สะท้อนแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI ที่ผลักดันความต้องการชิปหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ราคาชิปที่เพิ่มขึ้นกลับส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจสมาร์ทโฟน โดยธุรกิจดังกล่าวขาดทุน 700,000 ล้านวอน ถือเป็นการขาดทุนรายไตรมาสครั้งแรก

นักวิเคราะห์จาก eToro ระบุว่า ปัจจุบัน Samsung พึ่งพาธุรกิจชิปหน่วยความจำมากขึ้น ทำให้ผลประกอบการของทั้งกลุ่มมีความอ่อนไหวต่อทิศทางราคาชิปและการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ทั่วโลก

เร่งขยายตลาด HBM รับยุค AI

Samsung ยังคงเดินหน้าแข่งขันกับ SK Hynix ในตลาดชิปหน่วยความจำความเร็วสูง หรือ High Bandwidth Memory (HBM) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของชิปประมวลผล AI

บริษัทระบุว่ารายได้จากชิป HBM4 ในไตรมาส 3 จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า โดยมี Nvidia และ AMD เป็นลูกค้าหลัก และคาดว่าส่วนแบ่งตลาด HBM จะเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงกับส่วนแบ่งตลาด DRAM โดยรวมภายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

Foundry มีสัญญาณฟื้นตัว

Samsung ยังประเมินว่าธุรกิจรับจ้างผลิตชิป (Foundry) ซึ่งแข่งขันกับ TSMC และ Intel จะกลับมาฟื้นตัวในระยะอันใกล้ จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาชิปที่ปรับตัวดีขึ้น

บริษัทยืนยันว่าโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ที่เมืองเทย์เลอร์ รัฐเทกซัส สหรัฐฯ จะเริ่มเดินเครื่องได้ภายในปีนี้ พร้อมเตรียมก่อสร้างโรงงานแห่งที่สอง ซึ่งมีเป้าหมายเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2573

รายได้โต 130% ไม่มีแผนระดมทุนเพิ่ม

Samsung รายงานกำไรจากการดำเนินงานรวมในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน อยู่ที่ 89.5 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจาก 4.68 ล้านล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 130% แตะ 171.5 ล้านล้านวอน

ด้าน SK Hynix คู่แข่งสำคัญของ Samsung เพิ่งประกาศเพิ่มงบลงทุนปีนี้ราว 50% เพื่อรองรับความต้องการชิป AI ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ พัค ซุนชอล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Samsung ยืนยันว่าบริษัทไม่มีแผนออกตราสาร American Depositary Receipts (ADRs) ในตลาดสหรัฐ แม้ SK Hynix จะเพิ่งเข้าจดทะเบียน เนื่องจาก Samsung ยังมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งจากพอร์ตธุรกิจที่หลากหลาย และยังไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเติม

ที่มา รอยเตอร์