thansettakij
thansettakij
DJI Osmo Pocket 4P กล้อง Vlog เลนส์คู่ คุ้มแค่ไหนสำหรับสายคอนเท้นต์

DJI Osmo Pocket 4P กล้อง Vlog เลนส์คู่ คุ้มแค่ไหนสำหรับสายคอนเท้นต์

15 ก.ค. 69 | 10:47 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ค. 69 | 10:47 น.

DJI Osmo Pocket 4P ไม่แค่อัปเกรดสเปกจากรุ่นก่อน ชี้เปลี่ยนแนวคิดของกล้อง Vlog พกพาด้วยระบบ Dual Lens เพิ่มความยืดหยุ่นการเล่าเรื่อง ตอบโจทย์ครีเอเตอร์ที่ต้องการคุณภาพระดับมืออาชีพในอุปกรณ์ขนาดเล็ก

KEY

POINTS

  • ชูจุดเด่นด้วยระบบกล้องเลนส์คู่ (Dual Lens) ที่มีทั้งเลนส์มุมกว้าง 20 มม. สำหรับถ่าย Vlog และเลนส์ 60 มม. สำหรับถ่ายบุคคลหรือสินค้า เพิ่มความหลากหลายในการเล่าเรื่อง
  • ยกระดับคุณภาพไฟล์วิดีโอด้วยเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วที่พัฒนาใหม่ รองรับ D-Log 2 และ Dynamic Range สูงสุด 17 Stops เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการเกรดสีอย่างจริงจัง
  • มาพร้อมฟีเจอร์ระดับโปร เช่น วิดีโอสโลว์โมชัน 4K/240fps, ระบบกันสั่น 3 แกน และระบบติดตามวัตถุ ActiveTrack 8.0 ที่แม่นยำขึ้น ตอบโจทย์การถ่ายทำที่หลากหลาย

ตลาดกล้อง Vlog พกพาเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตามกระแสการสร้างคอนเทนต์บน YouTube, TikTok และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ขยายตัว ทำให้ครีเอเตอร์จำนวนมากมองหาอุปกรณ์ที่มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้งานรวดเร็ว แต่ยังให้คุณภาพวิดีโอที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟน

หนึ่งในซีรีส์ที่ได้รับความนิยมคือ DJI Osmo Pocket ซึ่งสร้างชื่อจากการเป็นกล้องกิมบอลขนาดเล็กที่มีระบบกันสั่นในตัว และตอบโจทย์ทั้งสาย Vlog, Travel Creator, YouTuber และ TikToker

ล่าสุด DJI Osmo Pocket 4P กลายเป็นรุ่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะไม่ได้อัปเกรดเพียงสเปกฮาร์ดแวร์ แต่เป็นการเปลี่ยนแนวคิดของ Pocket Gimbal Camera ด้วยการเพิ่ม Dual-Lens Cinematic Pocket Gimbal Camera หรือระบบกล้องคู่ ซึ่งช่วยให้การเล่าเรื่องผ่านวิดีโอมีความหลากหลายมากขึ้น

DJI Osmo Pocket 4P กล้อง Vlog เลนส์คู่ คุ้มแค่ไหนสำหรับสายคอนเท้นต์

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ "Dual Lens"

สิ่งที่ทำให้ Osmo Pocket 4P แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน คือการเพิ่มเลนส์ตัวที่สองเข้ามา จากเดิมที่ซีรีส์ Pocket ใช้เลนส์มุมกว้างเพียงตัวเดียว

กล้องรุ่นนี้ประกอบด้วยเลนส์มุมกว้างระยะเทียบเท่า 20 มิลลิเมตร สำหรับการถือถ่ายตัวเอง งาน Vlog และการเก็บบรรยากาศ ส่วนอีกเลนส์เป็นระยะ 60 มิลลิเมตร ที่ออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพบุคคล รีวิวสินค้า อาหาร คาเฟ่ หรือภาพ B-roll ที่ต้องการมิติของภาพและฉากหลังละลายมากขึ้น

แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการเพิ่มเลนส์อีกตัว แต่ในทางปฏิบัติถือเป็นการเปลี่ยนวิธีการใช้งานของกล้อง Pocket อย่างมีนัยสำคัญ เพราะผู้ใช้สามารถสลับจากภาพมุมกว้างไปสู่ภาพระยะกลางได้ทันที โดยไม่ต้องอาศัยการซูมดิจิทัลที่มักลดคุณภาพของภาพ

สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องถ่ายทั้งตัวเอง สถานที่ และรายละเอียดสินค้าในคลิปเดียว ความสามารถนี้ช่วยลดข้อจำกัดของกล้องพกพาได้อย่างชัดเจน

DJI Osmo Pocket 4P กล้อง Vlog เลนส์คู่ คุ้มแค่ไหนสำหรับสายคอนเท้นต์

คุณภาพไฟล์ตอบโจทย์งานจริงจังมากขึ้น

DJI ยังคงใช้เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว แต่ได้รับการพัฒนาใหม่ พร้อมรองรับ Dynamic Range สูงสุด 17 Stops ในโหมด D-Log 2

จุดนี้อาจไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ทั่วไปสัมผัสได้ทันที แต่สำหรับผู้ที่นำไฟล์ไปตัดต่อหรือทำ Color Grading จะเห็นความแตกต่าง เพราะสามารถเก็บรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างได้มากขึ้น ลดปัญหาภาพโอเวอร์หรือเงาดำที่กู้รายละเอียดกลับมาไม่ได้

 

D-Log 2 ยังทำให้ Osmo Pocket 4P ขยับจากการเป็นกล้องสำหรับ Vlog ทั่วไป ไปสู่กล้องที่รองรับงาน Commercial Content หรือวิดีโอสำหรับแบรนด์ได้จริง

Slow Motion และระบบกันสั่นยังเป็นจุดแข็ง

ด้านการบันทึกวิดีโอ Osmo Pocket 4P รองรับ 4K ที่ 240 เฟรมต่อวินาที สำหรับการถ่าย Slow Motion ความละเอียดสูง เหมาะกับการถ่ายกีฬา การเดินทาง รีวิวสินค้า หรือการสร้างช็อตไฮไลต์ที่ต้องการความลื่นไหล

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ยังรักษามาตรฐานไว้คือระบบกันสั่น 3-Axis Stabilization ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Osmo Pocket ทำให้สามารถเดินถ่ายได้อย่างนุ่มนวลโดยไม่จำเป็นต้องใช้กิมบอลแยก

DJI ยังอัปเกรดระบบติดตามตัวแบบเป็น ActiveTrack 8.0 เพิ่มความแม่นยำในการติดตามบุคคล เหมาะกับผู้ที่ถ่ายคอนเทนต์คนเดียวหรือถ่ายรีวิวที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังรองรับการซูมได้สูงสุด 12 เท่า เพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายวัตถุที่อยู่ไกลโดยไม่ต้องเดินเข้าไปใกล้

ฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น

อีกจุดที่น่าสนใจคือการเพิ่มหน่วยความจำภายใน 103GB ทำให้สามารถหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายได้ทันทีแม้ไม่ได้ใส่ microSD Card

การถ่ายโอนไฟล์ผ่าน USB 3.1 ที่รองรับความเร็วสูงสุด 800MB ต่อวินาที ก็ช่วยลดเวลาการย้ายไฟล์เข้าสู่คอมพิวเตอร์ เหมาะกับผู้ที่ต้องผลิตคอนเทนต์จำนวนมากในแต่ละวัน

ขณะที่ฟีเจอร์ In-Camera Live Photo ช่วยให้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่นำไปใช้งานได้ทั้งในรูปแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

Pocket 4P เหมาะกับใคร

หากเปรียบเทียบกับ Osmo Pocket 3 หรือ Osmo Pocket 4 รุ่นมาตรฐาน จุดเด่นของ Pocket 4P ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขสเปกเพียงอย่างเดียว แต่คือความยืดหยุ่นในการถ่ายทำ

ใช้ที่เน้นการถ่าย Vlog ทั่วไป หรือทำคลิปสั้นเป็นครั้งคราว อาจยังมองว่ารุ่นมาตรฐานเพียงพอต่อการใช้งาน และมีข้อได้เปรียบเรื่องน้ำหนักที่เบากว่า

แต่สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องผลิตคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Travel Creator, YouTuber, TikToker หรือผู้สร้างวิดีโอให้แบรนด์ การมีเลนส์สองระยะในตัวเดียวช่วยลดการพกอุปกรณ์ และทำให้สามารถสร้างมุมภาพที่หลากหลายได้โดยไม่สะดุดจังหวะการถ่าย

DJI Osmo Pocket 4P ไม่ใช่กล้องที่เน้นการเพิ่มตัวเลขสเปกเพื่อแข่งขันกับรุ่นก่อน แต่เป็นการยกระดับแนวคิดของกล้อง Vlog พกพาให้ตอบโจทย์การสร้างคอนเทนต์ที่จริงจังมากขึ้น

ระบบ Dual Lens ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้กล้องขนาดเล็กสามารถรองรับทั้งการถ่าย Vlog ภาพบุคคล รีวิวสินค้า และงาน B-roll ได้ในเครื่องเดียว ขณะที่ฟีเจอร์อย่างเซนเซอร์ 1 นิ้ว, D-Log 2, Dynamic Range สูงสุด 17 Stops, วิดีโอ 4K/240fps, ระบบกันสั่น 3 แกน และ ActiveTrack 8.0 ช่วยเติมเต็มการใช้งานระดับมืออาชีพ

DJI Osmo Pocket 4P กล้อง Vlog เลนส์คู่ คุ้มแค่ไหนสำหรับสายคอนเท้นต์

หากมองในฐานะกล้องสำหรับผู้เริ่มต้น รุ่นมาตรฐานอาจยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า แต่สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการลงทุนกับอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานในระยะยาว และต้องการคุณภาพภาพที่ยืดหยุ่นมากขึ้น DJI Osmo Pocket 4P ถือเป็นการอัปเกรดที่เห็นผลจริง มากกว่าการเปลี่ยนรุ่นตามรอบผลิตภัณฑ์

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • DJI