
LINE MAN RIDE เร่งขยายรถ EV ยกระดับรายได้-ลดต้นทุนคนขับกว่า 60%
LINE MAN ลงทุน EV Ecosystem ภายใต้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มคนขับ EVกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปีนี้ ผ่านโมเดลเช่ารถที่ช่วยเพิ่มรายได้คนขับและลดต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมเปิดทดลองฟีเจอร์ "Comfort"
KEY
POINTS
- LINE MAN RIDE ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ให้ได้มากกว่า 3,000 คนภายในสิ้นปีนี้
- การใช้รถ EV ช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงให้คนขับได้มากกว่า 60% ส่งผลให้มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30%
- สนับสนุนคนขับผ่านโมเดลเช่ารถ EV เริ่มต้น 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำ และช่วยให้เข้าถึงอาชีพได้ง่ายขึ้น
- เปิดตัวฟีเจอร์ "Comfort" บริการเรียกรถ EV ขนาดใหญ่ เพื่อกระตุ้นการใช้งานของผู้โดยสาร คาดว่าจะเติบโตขึ้น 10 เท่า
นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า “ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สำคัญของธุรกิจ Ride-hailing ในระยะยาว คือการมีเครือข่ายคนขับที่มีคุณภาพและสามารถประกอบอาชีพบนแพลตฟอร์มได้อย่างยั่งยืน เราจึงเลือกลงทุนที่การลดต้นทุนของคนขับผ่านโมเดลเช่ารถยนต์ไฟฟ้า เพราะเมื่อคนขับมีต้นทุนต่ำลง รายได้สุทธิก็เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ผู้โดยสารก็ได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้นไปพร้อมกัน นี่คือแนวทางการสร้าง EV Ecosystem ที่เติบโตได้อย่างสมดุลทั้งฝั่งคนขับ ผู้โดยสาร และแพลตฟอร์ม
ตั้งเป้าเพิ่มคนขับรถ EV ปีนี้ 3,000 คน
หลังเปิดให้บริการเรียกรถ EV ในเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา LINE MAN RIDE สามารถขยายจำนวนรถ EV ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 10 เดือน จากโมเมนตัมการเติบโตดังกล่าว LINE MAN จึงเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคนขับรถ EV ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์มอีกมากกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมสนับสนุนให้คนขับได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการ
ในขณะเดียวกัน เราต้องขยายความต้องการใช้งานให้สมดุลไปกับจำนวนคนขับ ด้วยการเปิดทดลองฟีเจอร์ "Comfort" ซึ่งเป็นบริการเรียกรถประเภทใหม่บน LINE MAN RIDE จากเดิมที่ให้บริการเรียกรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์สำหรับรับ-ส่ง
คาดยอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV โตขึ้น 10 เท่า
โดยผู้โดยสารสามารถเลือกเรียกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่โดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ในราคาที่เข้าถึงได้ นำร่องให้บริการในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนทยอยขยายเพิ่มเติมในอนาคต ด้วยประสบการณ์การโดยสารที่ดีในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้มีอัตราการใช้บริการซ้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงมั่นใจว่ายอดการใช้บริการฟีเจอร์เรียกรถ EV จะเติบโตขึ้น 10 เท่าภายในสิ้นปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงทดลองให้บริการในเดือนกรกฎาคม”
ข้อมูลจาก LINE MAN RIDE พบว่า การลดต้นทุนการประกอบอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้ของคนขับ โดยรถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% หรือเฉลี่ยประมาณ 7,000 บาทต่อเดือนต่อคัน เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้คนขับมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับการขับแท็กซี่ทั่วไป
ค่าเช่าเริ่มต้น 4,000 บาท การันตีรายได้ขั้นต่ำ
เพื่อให้คนขับเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น LINE MAN จึงพัฒนาโมเดลเช่าขับเต็มเวลา ใช้เงินเริ่มต้นเพียง 4,000 บาท พร้อมการันตีรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ขับที่เข้าเงื่อนไข สนับสนุนการทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และเปิดโอกาสให้เป็นเจ้าของรถได้เมื่อเช่าครบ 6 ปี ปัจจุบัน LINE MAN RIDE ร่วมมือกับพันธมิตรด้านรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อร่วมกันลดอุปสรรคในการเข้าสู่อาชีพ เปิดโอกาสให้คนไม่มีรถสามารถเริ่มขับได้ทันที และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตของ EV Ecosystem ในระยะยาว
ลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสม 3,500 ตัน
ผลลัพธ์ของการขยาย EV Ecosystem นอกจากการยกระดับรายได้ของคนขับแล้ว ยังสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถ EV บนแพลตฟอร์ม LINE MAN มีการใช้งานเฉลี่ยกว่า 5,000 กิโลเมตรต่อเดือนต่อคัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 0.75 ตันต่อเดือน และปัจจุบัน LINE MAN RIDE สามารถลดการปล่อยก๊าซ CO₂ สะสมได้แล้วกว่า 3,500 ตัน เทียบเท่ากับการนำรถยนต์กว่า 750 คันออกจากท้องถนนตลอดทั้งปี
นอกเหนือจากการขยายเครือข่ายรถ EV แล้ว LINE MAN RIDE ยังคงพัฒนาประสบการณ์การเดินทางภายใต้แนวคิด "ราคาถูก ปลอดภัย" ด้วยราคาที่คุ้มค่า พร้อมฟีเจอร์ที่ออกแบบสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย เช่น Chat Stickers สำหรับสื่อสารกับคนขับ และ QR Payment สำหรับการชำระเงิน ขณะที่ด้านความปลอดภัยมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ (Trip Tracking) การตรวจสอบประวัติคนขับ ประกันคุ้มครองทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ระบบประเมินคะแนนแบบไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นแอปพลิเคชันที่ผ่านการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก







