thansettakij
thansettakij
AIS ปักธงลดเหลื่อมล้ำดิจิทัล ดันเน็ตขึ้นดอย สร้างมูลค่าคืนสังคมกว่า 33 ล้านบาท

AIS ปักธงลดเหลื่อมล้ำดิจิทัล ดันเน็ตขึ้นดอย สร้างมูลค่าคืนสังคมกว่า 33 ล้านบาท

24 มิ.ย. 69 | 09:19 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มิ.ย. 69 | 09:30 น.

AIS เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสู่พื้นที่สูง ชูแนวคิดอินเทอร์เน็ตเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ผนึกพันธมิตรติดตั้งเสาสัญญาณพลังงานสะอาดในพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ลดช่องว่างการศึกษา สาธารณสุข และเศรษฐกิจชุมชน พร้อมสร้างผลตอบแทนทางสังคม 33.88 ล้านบาทจากเงินลงทุน 24 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • AIS ร่วมมือกับพันธมิตรติดตั้งเสาสัญญาณพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ห่างไกลบนดอย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสให้ชุมชน
  • โครงการสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคม (SROI) คิดเป็นมูลค่ากว่า 33 ล้านบาท จากเงินลงทุน 24 ล้านบาท
  • การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจชุมชน การศึกษา และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขทางไกล (Telemedicine) เตรียมต่อยอดเสาสัญญาณสู่นวัตกรรมเตือนภัย เช่น ระบบตรวจจับไฟป่า และการพยากรณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ

AIS เดินหน้าภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในพื้นที่ห่างไกล หลังผลการดำเนินโครงการนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตและพลังงานสะอาดขึ้นสู่พื้นที่สูงเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการศึกษา การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ที่ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานยังเข้าไม่ถึง

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และการเข้าถึงบริการภาครัฐ

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากในพื้นที่สูงยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการของรัฐและสวัสดิการต่าง ๆ โดยบางชุมชนต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อดำเนินธุรกรรมหรือยื่นเอกสารต่าง ๆ การมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตจึงช่วยลดต้นทุนทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

งานวิจัยต้องสร้างผลลัพธ์จริง

AIS นำแนวคิด “Living Research Work” มาใช้เป็นกรอบดำเนินงาน โดยมองว่างานวิจัยต้องสามารถนำไปใช้จริงและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชนได้ ไม่ใช่เป็นเพียงองค์ความรู้ทางวิชาการ

บริษัทจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพศ.) บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ (GULF) นักวิชาการ และเครือข่ายผู้นำชุมชน ในการติดตั้งเสาสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่สูงที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง พร้อมนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักภายใต้โครงการ Green Energy Green Network เพื่อคนไทย

ปัจจุบันมีการติดตั้งเสาสัญญาณใน 5 จังหวัด และดำเนินโครงการนำร่องใน 8 ชุมชน เพื่อศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

อินเทอร์เน็ตคือ โครงสร้างพื้นฐานแห่งโอกาส

AIS ให้นิยามสัญญาณอินเทอร์เน็ตว่าเป็น “Opportunity Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานแห่งโอกาส เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชน

ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการทำงานร่วมกันในรูปแบบ Co-Creation ระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และชุมชน ซึ่งช่วยให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ได้จริง

การทำงานร่วมกันในรูปแบบ Co-Creation ระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย และชุมชน

ผลการประเมิน Social Return on Investment (SROI) พบว่า ทุกการลงทุน 1 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคมได้ 1.36 บาท โดยจากเงินลงทุนรวมประมาณ 24 ล้านบาท ก่อให้เกิดมูลค่าทางสังคมรวม 33.88 ล้านบาท

ดันเศรษฐกิจชุมชนโต

หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนบริเวณน้ำตกห้วยน้ำเย็น ซึ่งสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 2.5 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน ผ่านการพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวและการสร้างเครือข่ายมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

AIS ปักธงลดเหลื่อมล้ำดิจิทัล ดันเน็ตขึ้นดอย สร้างมูลค่าคืนสังคมกว่า 33 ล้านบาท การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังช่วยให้ชุมชนสามารถเชื่อมต่อกับตลาดได้โดยตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากสินค้าและบริการของชุมชน

ลดช่องว่างการศึกษา-สาธารณสุข

ด้านการศึกษา โรงเรียนในหมู่บ้านโมโก้โฟคีสามารถส่งรายงานและเอกสารผ่านระบบดิจิทัลได้ทันที จากเดิมที่ครูต้องเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อนำส่งเอกสารด้วยตนเอง

AIS ปักธงลดเหลื่อมล้ำดิจิทัล ดันเน็ตขึ้นดอย สร้างมูลค่าคืนสังคมกว่า 33 ล้านบาท

AIS ยังนำระบบ Digital Library เข้าไปสนับสนุนการเรียนการสอน ทำให้นักเรียนและครูสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ดิจิทัลได้มากขึ้น ช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล

ในมิติด้านสาธารณสุข มีการนำระบบ Telemedicine เข้ามาใช้สนับสนุนการวินิจฉัยและส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในพื้นที่สูง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้รวดเร็วขึ้น

ต่อยอดเสาสัญญาณสู่ระบบเตือนภัย

นอกเหนือจากบทบาทด้านการสื่อสาร AIS ยังอยู่ระหว่างการต่อยอดศักยภาพของเสาสัญญาณให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของชุมชน

บริษัทได้ร่วมกับนักวิจัยติดตั้งอุปกรณ์ IoT เพื่อตรวจจับความร้อนในพื้นที่ป่าและพัฒนาเป็นระบบ Early Warning สำหรับเฝ้าระวังไฟป่า ขณะเดียวกันยังเตรียมความร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อติดตั้งระบบตรวจวัดสภาพอากาศ รองรับการพยากรณ์ฝน น้ำหลาก และภัยพิบัติทางธรรมชาติ

AIS มองว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายสื่อสาร แต่สามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล พร้อมลดช่องว่างทางดิจิทัลที่ยังเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในระยะยาว