
ลุ้นวันนี้บอร์ด กสทช. เคาะแผนแม่บท 5 ปี ลากโรดแมพ "ทีวีดิจิทัล" หลังหมดไลเซนส์ปี 72
บอร์ด กสทช. จ่อไฟเขียวร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 วางโรดแมพ อนาคตทีวีดิจิทัล หลังใบอนุญาตหมดอายุปี 2572 ด้าน "หมอสรณ" ยันตามกฏหมายต้องประมูลใหม่
KEY
POINTS
- กสทช. จัดทำแผนแม่บท 5 ปี (พ.ศ. 2569-2573) เพื่อวางแนวทางกิจการทีวีดิจิทัลหลังใบอนุญาตจะหมดอายุในปี 2572
- แผนแม่บทใหม่มุ่งเน้น 3 ประเด็นหลัก คือ การกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT, การสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ และการบริหารคลื่น 3500 MHz
- เสนอ 2 แนวทางสำหรับการประมูลใบอนุญาตใหม่ โดยแนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการมี 17 ช่อง และแยกบทบาท "ผู้ให้บริการโครงข่าย" ออกจาก "ผู้ผลิตเนื้อหา" เพื่อลดต้นทุน
- คาดว่าจะเปิดประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรอบใหม่ในช่วงปลายปี 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า
วันที่ 19 มิ.ย. 2569 มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ว่า ในการประชุมบอร์ดวันนี้มีวาระสำคัญที่ต้องจับตา คือ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. 2569–2573) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับก่อนที่ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินจะหมดอายุลงในปี 2572
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แผนแม่บทฉบับนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำอย่างรอบคอบภายใต้กรอบกฎหมาย หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จในวันนี้ ก็พร้อมนัดประชุมต่อเนื่องในวันที่ 22 มิ.ย. ทันที เพื่อให้เกิดความชัดเจน
3 บิ๊กโปรเจกต์ในแผนแม่บทใหม่: OTT, แพลตฟอร์มชาติ และคลื่น 3500 MHz
สาระสำคัญของร่างแผนแม่บท 5 ปีข้างหน้า มีประเด็นไฮไลต์ที่น่าสนใจดังนี้
- คุมเข้ม OTT / Video on Demand: กสทช. จะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นในการออกแบบกลไกกำกับดูแลแพลตฟอร์มสตรีมมิง
- คลอด "แพลตฟอร์มสตรีมมิงแห่งชาติ" (National Platform): เปิดพื้นที่ส่วนกลางให้ผู้ประกอบการทีวีและวิทยุของไทยเข้ามาใช้งานร่วมกัน
- บริหารคลื่น 3500 MHz อย่างระวัง: ยืนยันยึดหลัก "เอาใจเขามาใส่ใจเรา" จะยังไม่ดึงคลื่นย่านนี้ไปใช้ในกิจการโทรคมนาคม (5G/6G) จนกว่าจะมีคลื่นทดแทนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมเดิม
กาง 2 โมเดลทางเลือก "ชุบชีวิต" ทีวีดิจิทัล
หลังปี 2572 กฎหมายระบุชัดเจนว่า "ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตอัตโนมัติได้" ต้องเข้าสู่กระบวนการประมูลใหม่เท่านั้น โดย กสทช. ได้เปิดทางเลือกจากการทำ Focus Group ไว้ 2 แนวทาง คือ
แนวทางที่ 1
- รวม 14 ช่อง (สาธารณะ 7 / ธุรกิจ 7)
- รูปแบบใบอนุญาติ ประมูลตามกฎหมายเดิม (ปรับราคาตั้งต้นลดลง)
แนวทางที่ 2 (เป็นไปได้มากที่สุด)
- รวม 17 ช่อง (สาธารณะ 7 / ธุรกิจ 10)
- โมเดลใหม่ (แก้กฎหมาย) แยกบทบาท "ผู้ให้บริการโครงข่าย" ออกจาก "ผู้ผลิตเนื้อหา" เพื่อลดต้นทุนให้รายย่อย
เปิดไทม์ไลน์ประมูลรอบใหม่ ปลายปี 2570
ประธาน กสทช. ย้ำว่า ในส่วนของราคาเริ่มต้นการประมูล จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ "เอกชนอยู่รอดได้และมีต้นทุนต่ำที่สุด" โดยจะพิจารณาจากสภาวะตลาดจริงที่ปัจจุบันมีอุปทานมากกว่าอุปทาน (Supply > Demand) และคำนึงถึงความเสียเปรียบของผู้เล่นเดิมที่แบกรับต้นทุนมานาน ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหน้าใหม่/คนรุ่นใหม่ เข้ามาทำช่องเฉพาะทาง (เช่น ช่องเกม, ช่องอาหาร หรือระบบ 4K)
สำหรับกรอบเวลาที่เหมาะสม คาดว่าจะเริ่มต้นยกร่างหลักเกณฑ์และทำประชาพิจารณ์ (Public Hearing) ได้ในช่วง ต้นปี 2570 และจะเปิด ประมูลจริงในปลายปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 1-2 ปีก่อนใบอนุญาตหมดอายุ ทำให้เอกชนมีเวลาวางแผนธุรกิจได้ทันเวลา
อย่างไรก็ตาม บอร์ด กสทช. ชุดปัจจุบันจะหมดวาระลงในปี 2571 แผนงานทั้งหมดนี้จึงเปรียบเสมือน "มรดก" ที่จะส่งไม้ต่อให้บอร์ดชุดใหม่ ซึ่งหากการประมูลยังไม่เกิดขึ้นภายในต้นปี 2571 ก็มีความเป็นไปได้ที่แนวทางบางอย่างอาจเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีและดุลยพินิจของบอร์ดชุดอนาคต
ยันคุณสมบัติตนเองถูกต้องตามกฎหมาย
ในช่วงท้าย ศ.คลินิก นพ.สรณ ได้กล่าวถึงกรณีการถูกตรวจสอบคุณสมบัติและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ยอมรับว่ามีความเครียดบ้างที่ตกเป็นเป้าของสื่อ แต่ขอยืนยันว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ไม่ได้กระทำผิดกฎหมายใดๆ ตามข้อกล่าวหา และพร้อมยืนหยัดพิสูจน์ตัวเองต่อไป.







