thansettakij
thansettakij
Apple ปรับทัพใหญ่ เร่งดัน Apple Watch วัดน้ำตาลไม่เจาะผิว

Apple ปรับทัพใหญ่ เร่งดัน Apple Watch วัดน้ำตาลไม่เจาะผิว

28 พ.ค. 69 | 01:00 น.

Apple โยกวิศวกรอาวุโสคุมโปรเจกต์ลับ 15 ปี เร่งสปีดระบบเลเซอร์วัดระดับกลูโคสใต้ผิวหนังบน Apple Watch หวังพลิกโฉมตลาดเฮลธ์แคร์และช่วยผู้ป่วยเบาหวาน

KEY

POINTS

  • Apple ปรับโครงสร้างทีมพัฒนาฟีเจอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดบน Apple Watch โดยเปลี่ยนหัวหน้าโครงการเพื่อเร่งผลักดันเทคโนโลยีสู่ผลิตภัณฑ์จริง
  • เทคโนโลยีดังกล่าวจะใช้เลเซอร์ยิงแสงใต้ผิวหนังเพื่อวัดความเข้มข้นของกลูโคส ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลได้โดยไม่ต้องเจาะเลือด
  • แม้จะมีการเร่งพัฒนา แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าฟีเจอร์นี้ยังมีความซับซ้อนสูงและต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะพร้อมใช้งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

มาร์ก เกอร์แมน (Mark Gurman) คอลัมนิสต์ชื่อดังจากบลูมเบิร์ก เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของ Apple ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี ในการเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่ต้องเจาะผิวหนัง (Non-invasive Blood Sugar Monitoring) บนอุปกรณ์ Apple Watch

ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วโลกต่างเฝ้ารอคอยมานานหลายปี เนื่องจากจะช่วยให้สามารถติดตามระดับกลูโคสได้โดยไม่ต้องเจาะเลือดหรือสวมใส่อุปกรณ์ตรวจวัดแบบฝังใต้ผิวหนัง (CGM) แบบเดิม

รายงานระบุว่า Apple ได้ทำการปรับโครงสร้างทีมพัฒนาภายในครั้งสำคัญ โดยโอนย้ายหน้าที่การดูแลรับผิดชอบโปรเจกต์นี้จาก ทิม มิลเล็ต (Tim Millet) หัวหน้าฝ่ายสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์ม ไปอยู่ในความดูแลของ ซงเจียน เฉิน (Zongjian Chen) วิศวกรอาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของบริษัท

เร่งสปีด 15 ปีในห้องแล็บ สู่สินค้าพร้อมขาย

Apple ปรับทัพใหญ่ เร่งดัน Apple Watch วัดน้ำตาลไม่เจาะผิว

การเปลี่ยนแปลงตัวผู้บังเหียนในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่อโครงการดังกล่าว ซึ่งมีข้อมูลว่า Apple ซุ่มพัฒนาเวลายาวนานกว่า 15 ปี โดย ซงเจียน เฉิน เป็นที่รู้จักภายในองค์กรว่าเป็นผู้บริหารที่มีความโดดเด่นด้านการขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จและจับต้องได้ (Deliverable) การเข้ามาคุมทีมของเขาจึงคาดหมายว่าเป็นการเร่งสปีดเพื่อยกระดับเทคโนโลยีนี้จากขั้นทดลอง ไปสู่การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่พร้อมวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคทั่วไป

เปิดกลไก "เลเซอร์อัจฉริยะ" ตรวจสอบชั้นใต้ผิวหนัง

สำหรับกลไกการทำงานของเทคโนโลยีนี้ ย้อนกลับไปในปี 2023 เกอร์แมนเคยเปิดเผยว่า ระบบของ Apple จะอาศัยเทคโนโลยีเลเซอร์อัจฉริยะที่จะยิงแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงลงไปยังบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นจุดที่มีของเหลวระหว่างเซลล์ (Interstitial Fluid) ที่ซึมออกมาจากหลอดเลือดฝอย โดยกลูโคสจะดูดซับแสงดังกล่าวไว้ จากนั้นแสงจะสะท้อนกลับมายังเซนเซอร์เพื่อบ่งบอกถึงความเข้มข้นของระดับน้ำตาลในเลือด

 

 

ระบบจะใช้อัลกอริทึมขั้นสูงในการประมวลผลเพื่อคำนวณผลลัพธ์ออกมาอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ฟีเจอร์ดังกล่าวยังถูกออกแบบมาให้สามารถแจ้งเตือนผู้ใช้หากตรวจพบสัญญาณเตือนที่เสี่ยงต่อภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) ได้อีกด้วย

ความท้าทายระดับ Moonshot ที่ต้องรออีกหลายปี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโปรเจกต์นี้จะได้ผู้นำทีมคนใหม่เข้ามาเร่งเครื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังประเมินว่า Apple Watch อาจจะยังไม่มีฟีเจอร์วัดระดับน้ำตาลในเลือดนี้ออกมาให้เห็นภายในระยะเวลาอันใกล้ และน่าจะต้องใช้เวลาพัฒนาต่อเนื่องอีกหลายปีเนื่องจากความซับซ้อนทางเทคนิคและการแพทย์ แต่หาก Apple สามารถทำภารกิจที่ยากลำบากระดับ Moonshot นี้ได้สำเร็จ Apple Watch จะพลิกโฉมเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนภาพรวมธุรกิจเฮลธ์แคร์ระดับโลกทันที

ที่มา Macrumors