
NIA ปั้นหลักสูตรผู้นำ ‘นวัตกรรมเชิงนโยบาย’ เพิ่มศักยภาพไทยบนเวทีโลก
NIA เปิดหลักสูตร PPCIL ปั้นผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ “นวัตกรรมเชิงนโยบาย” ขับเคลื่อนประเทศไทย เพิ่มขีดความสามารถ ศักยภาพไทยบนเวทีโลก
KEY
POINTS
- NIA จัดหลักสูตร "ผู้นำนวัตกรรมเชิงนโยบาย" (PPCIL) รุ่นที่ 8 เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารรุ่นใหม่จากภาครัฐและเอกชน
- มุ่งสร้าง "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ที่สามารถบูรณาการความรู้ด้านนวัตกรรมกับการออกแบบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลกผ่านการสร้างเครือข่ายผู้นำที่เข้มแข็ง
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า กระทรวง อว. โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เดินหน้าพัฒนาและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ผ่านหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้านนวัตกรรมสำหรับกลุ่มผู้นำรุ่นใหม่ภาครัฐและเอกชน (Public and Private Chief Innovation Leadership: PPCIL) ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8
โดยในปีนี้มีผู้บริหารรุ่นใหม่เข้าร่วมหลักสูตรจำนวน 83 ราย จาก 5 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคความมั่นคง ภาคการเมือง และสื่อมวลชน โดยมุ่งยกระดับความเข้มข้นของกระบวนการเรียนรู้ ผ่านการตั้งโจทย์ท้าทายเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
“เชื่อมั่นว่าผู้เข้าร่วมหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 จะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับประเทศ ขอให้ทุกท่านคิดเชิงระบบ คิดเชิงอนาคต คิดเชิงนวัตกรรม พร้อมกล้าตัดสินใจและกล้าขับเคลื่อนในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะประเทศไทยยังมีโอกาสอีกมาก หากมีผู้นำที่สามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมกับนโยบาย และแปลงวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติได้จริง”
อย่างไรก็ดี การขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยแนวคิดที่มองภาพรวมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการสร้างสรรค์นวัตกรรมในวงจำกัด แต่ต้องสามารถนำไปใช้ได้จริงและสร้างผลกระทบในวงกว้าง
โดยควรปรับเปลี่ยนมุมมองจาก Design Thinking ไปสู่ System Thinking ที่มุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมส่งเสริมแนวทาง Sandbox เพื่อเปิดพื้นที่ทดลองนวัตกรรมและนโยบายในวงจำกัด ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ ทั้งนี้ “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเอื้อให้นวัตกรรมเติบโตอย่างแท้จริง
ซึ่งต้องครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาหลักสูตร การสร้างทรัพย์สินทางปัญญา กลไกสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการเชื่อมโยงสู่ตลาดในระดับสากล โดยจำเป็นต้องตั้งคำถามให้ชัดเจนว่า นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจะมีคุณค่าในบริบทใด สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ในประเทศใด และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างไร
“ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทักษะเดิมอาจล้าสมัยได้ในเวลาอันสั้น ทุกคนจึงต้องพัฒนาและปรับทักษะอย่างต่อเนื่อง โดยมหาวิทยาลัยควรปรับบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต รองรับคนทุกช่วงวัย และตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ควบคู่กับการเปิดรับโอกาสใหม่ กล้าก้าวออกจากกรอบเดิม และเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมในระดับโลก
นอกจากนี้ นวัตกรรมยังมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างกลไกการเติบโตใหม่ของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น ด้านสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลก ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงของประเทศ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับความโปร่งใส”
ด้านดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า นิยามของ ‘ผู้นำ’ ในโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้นำยุคนี้ต้องไม่ใช่แค่ผู้บริหารจัดการ แต่ต้องเป็น ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ ที่มี ‘วิสัยทัศน์’ และ ‘กล้า’ ขับเคลื่อนสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ท่ามกลางความท้าทายที่รวดเร็วและซับซ้อน
สิ่งสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบาย คือ การมองภาพรวมทั้งระบบโดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และอาศัยพลังแห่งเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพราะการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศไม่สามารถสำเร็จได้ด้วยใครเพียงคนเดียว
“หลักสูตร PPCIL เปรียบเสมือนพื้นที่แห่งการบ่มเพาะและพัฒนาผู้นำให้เพียบพร้อมด้วย ‘ความคิดเชิงนวัตกรรม’ และ ‘ความเข้าใจเชิงนโยบาย’ โดยเฉพาะทักษะการสร้างสรรค์นวัตกรรมเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้
ขอฝากให้ผู้นำทุกท่านน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กำกับการตัดสินใจ ความพอเพียงไม่ใช่การหยุดพัฒนา แต่คือการก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติ มีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต”
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ NIA กล่าวว่า ความท้าทายของโลกในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งวิกฤตด้านพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความเหลื่อมล้ำทางสังคม ทำให้ ‘นวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation)’ ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปภาครัฐและขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
สำหรับหลักสูตร PPCIL รุ่นที่ 8 ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนา ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ ที่สามารถบูรณาการความรู้
ด้านนวัตกรรม การคิดเชิงอนาคต และการออกแบบนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือข้ามภาคส่วน
สิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นจากหลักสูตรนี้ จึงไม่ใช่เพียงองค์ความรู้ แต่คือ ‘กระบวนการคิดเชิงนโยบาย’ และ ‘เครือข่ายความร่วมมือ’ ที่สามารถต่อยอดไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ และสร้างความได้เปรียบเชิงนโยบายให้ประเทศไทยในเวทีโลก







