
'ยศชนัน' ยกทีมถก 'ศุภจี' ดันความร่วมมือ พาณิชย์-อว. ดึงนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า
พาณิชย์ ผนึก อว. ชูจุดแข็งดันนวัตกรรม ยกระดับสินค้าเกษตร- SME ดันทรัพย์สืนทางปัญญา เพิ่มมูลค่า เร่ง Upskill ผู้ประกอบการ สร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงแข่งขันตลาดโลก
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์และกระทรวง อว. บูรณาการความร่วมมือโดยนำจุดแข็งด้านงานวิจัยและนวัตกรรมของ อว. มาต่อยอดด้านการตลาดเพื่อยกระดับสินค้าไทย
- มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสินค้า SME เป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการ
- ผลักดันแนวคิด "IP Finance" เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน และสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ
23 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อบูรณาการระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุดมศึกษาฯ
นางศุภจี เปิดเผยว่า ทั้งสองกระทรวงเห็นพ้องในการบูรณาการความร่วมมือ โดยนำจุดแข็งของ อว. ด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้ มาต่อยอดกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด และยกระดับมูลค่าสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้า SME ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ แนวทางความร่วมมือจะเน้นอย่างน้อย 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1.การนำนวัตกรรมของ อว. มายกระดับสินค้าเกษตรและ SME
2. การสร้างระบบนิเวศด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้สามารถแปลงเป็นมูลค่าทางการตลาดได้จริง ทั้งในและต่างประเทศ
3. การใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. การเชื่อมโยงการทำงานเดิมของทั้งสองกระทรวงให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้เร็วขึ้น โดยย้ำว่าไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ยังเตรียมเร่งดำเนินการยกระดับสินค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เครือข่ายของ อว. เข้ามาช่วยพัฒนาองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึง Upskill และ Reskill ผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมผลักดันแนวคิด “IP Finance” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร มาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน
โดยจะประสานงานกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้จริง
ด้านนายยศชนัน ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างสองกระทรวงจะแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก โดยระยะเร่งด่วนจะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าราคาสินค้า SME ผ่านการใช้แพลตฟอร์มของ อว. ทั้งมหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างอาชีพด้านเทคโนโลยี
ขณะที่ ระยะที่ 2 การวางรากฐาน จะมุ่งสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ทั้งด้านคุณภาพและความรวดเร็วในการจดทะเบียน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม เพื่อขับเคลื่อนในเชิงระบบ รวมถึงต่อยอดมาตรการ Fast Track ที่มีอยู่แล้วในบางสาขา เช่น การแพทย์ และอาหาร เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากขึ้น และสนับสนุนให้ทรัพย์สินทางปัญญาของไทยสามารถแข่งขันและสร้างมูลค่าได้ในระดับสากล





