
กสทช. ปลดล็อกโดรนไทย! เปิดใช้คลื่น 5G-ดาวเทียม บินไกลข้ามเขต
กสทช. ปลดล็อกโดรนไทย! เปิดใช้คลื่น 5G-ดาวเทียม บินไกลข้ามเขต พร้อมสั่งติด "ป้ายทะเบียนดิจิทัล" Remote ID ตรวจสอบได้แบบ Real-time
KEY
POINTS
- กสทช. เห็นชอบร่างประกาศใหม่ อนุญาตให้โดรนสามารถบินนอกระยะสายตา (BVLOS) ได้ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
- เปิดให้ใช้คลื่นความถี่ใหม่ในการควบคุมโดรน ได้แก่ คลื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (5G) และคลื่นดาวเทียม ทำให้สามารถบินได้ไกลและข้ามเขต
- กำหนดให้โดรนต้องติดตั้งระบบ Remote ID เพื่อระบุตัวตนและตำแหน่งขณะบินแบบเรียลไทม์ เปรียบเสมือน "ป้ายทะเบียนดิจิทัล" เพื่อความปลอดภัย
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. จำนวน 4 ฉบับ เพื่อยกระดับการใช้คลื่นความถี่และมาตรฐานเทคนิคของอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จากเดิมที่จำกัดอยู่เพียงระยะมองเห็นด้วยสายตา (Line of Sight) ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระดับ Beyond Visual Line of Sight (BVLOS) หรือการบินนอกระยะสายตา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการใช้โดรนในภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง และการเกษตรยุคใหม่
กางโรดแมป "คลื่นความถี่" ชุดใหม่ รองรับ IMT-ดาวเทียม
ร่างประกาศฉบับใหม่นี้ กสทช. ได้เพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อโดรนผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และดาวเทียม เพื่อแก้ข้อจำกัดของคลื่น Unlicensed เดิม โดยมีการกำหนดคลื่นความถี่เพิ่มเติมประกอบด้วย:
- คลื่นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (IMT): ให้ใช้ได้ทุกย่านที่จัดสรรแล้ว (ยกเว้นย่าน 2600 MHz)
- คลื่นดาวเทียม (Satellite): เปิดย่าน 1518 - 1559 MHz และ 1610 – 1660.5 MHz (ต้องได้รับอนุญาตจาก กพท. ก่อน)
- คลื่นเรดาร์หลบหลีก: เพิ่มย่าน 57 - 64 GHz และ 76 - 77 GHz เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการบินหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
ติดตั้ง "Remote ID" ทะเบียนดิจิทัลคุมเข้มความปลอดภัย
ไฮไลต์สำคัญของการปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้คือมาตรการกำกับดูแล โดย กสทช. กำหนดให้โดรนต้องมีระบบ Remote ID เพื่อส่งสัญญาณแจ้งข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งขณะบิน เปรียบเสมือน “ป้ายทะเบียนดิจิทัล” ที่ทำให้หน่วยงานความมั่นคง บังคับใช้กฎหมาย รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลโดรนบนน่านฟ้าได้แบบ Real-time ซึ่งจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและลดผลกระทบด้านความมั่นคง
จ่อเปิด Hearing ผนึกกำลัง กพท.-กองทัพ
"การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้เพียงเพื่อประสิทธิภาพการใช้งาน แต่หัวใจสำคัญคือมาตรการกำกับดูแล" พล.อ.ท.ธนพันธุ์ เน้นย้ำว่าโดรนที่มีศักยภาพบินแบบ BVLOS ผู้ใช้งานต้องมาขออนุญาตครอบครองก่อนนำไปใช้งานจริง โดยหลังจากนี้ กสทช. เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และกองทัพ เพื่อบูรณาการการใช้งานโดรนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจและมั่นคงของประเทศ.







