
ตกรุ่นแล้วยังอัปเดตได้ Apple ปล่อย iOS 16.7.15-15.8.7 สำหรับ iPhone-iPad รุ่นเก่า
Apple ปล่อยอัปเดต iOS 16.7.15 และ iOS 15.8.7 เสริมความปลอดภัย iPhone-iPad รุ่นเก่าที่ตกรุ่นไปแล้ว ให้ใช้งานได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ครอบคลุม iPhone X ถึง iPhone 6s
KEY
POINTS
- Apple ปล่อยอัปเดต iOS 16.7.15 และ 15.8.7 สำหรับ iPhone และ iPad รุ่นเก่าที่ไม่สามารถอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้
- การอัปเดตครั้งนี้เน้นการแก้ไขช่องโหว่และเสริมความปลอดภัยที่สำคัญ ไม่ได้เป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่
- อุปกรณ์ที่รองรับการอัปเดตประกอบด้วย iPhone รุ่นเก่าหลายรุ่น เช่น iPhone 6s, 7, 8, X และ iPad บางรุ่น
Apple ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ประกอบด้วย iOS 16.7.15, iPadOS 16.7.15, iOS 15.8.7 และ iPadOS 15.8.7 อย่างเป็นทางการ โดยการอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้มีความรัดกุมและทันสมัย สำหรับ iPhone และ iPad หลายรุ่นที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ตกรุ่น" และไม่สามารถขยับไปใช้งานระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดได้
สำหรับการอัปเดตซอฟต์แวร์ในกลุ่มอุปกรณ์รุ่นเก่านั้นถือเป็นแนวทางที่ Apple ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานที่ยังคงใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นเดิมจะยังได้รับความคุ้มครองจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ได้รับฟีเจอร์ใหม่ๆ เหมือนกับอุปกรณ์รุ่นปัจจุบันก็ตาม
โดยในเวอร์ชั่น iOS 16.7.15 และ iOS 15.8.7 นี้ ได้มีการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่สำคัญหลายจุดเพื่อป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีและการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต
iPhone และ iPad ที่ได้รับการสนับสนุนให้สามารถติดตั้งการอัปเดตซอฟต์แวร์ในครั้งนี้ เป็นรุ่นยอดนิยมในอดีตหลายรุ่น ประกอบไปด้วย:
- iPhone X
- iPhone 8
- iPhone 8 Plus
- iPhone 7
- iPhone 7 Plus
- iPhone SE 1
- iPhone 6s
- iPhone 6s Plus
- iPad 5
- iPad Pro 9.7
- iPad Pro 12.9
- iPad mini 4
ผู้ใช้งานที่มี iPhone และ iPad ตามรายชื่อดังกล่าว สามารถดำเนินการติดตั้งการอัปเดตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยได้ทันที โดยเข้าไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) จากนั้นเลือก ทั่วไป (General) และเข้าไปที่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ (Software Update)
ทั้งนี้ขอแนะนำให้ผู้ใช้งานทำการสำรองข้อมูลสำคัญก่อนการอัปเดต และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi เพื่อความรวดเร็วและเสถียรในการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง
นอกจากนี้ การปล่อยอัปเดตดังกล่าวยังสะท้อนถึงนโยบายของ Apple ที่ต้องการยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในด้านการบริการหลังการขายและการดูแลระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม แม้จะเป็นอุปกรณ์ที่ออกมาทำตลาดนานแล้วก็ตาม แต่ผู้ใช้กลุ่มเดิมยังคงได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอีเมล์ (อีเมล์) แจ้งเตือนและการอัปเดตผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ตามปกติ











