
ส่องเทคโนโลยี Adaptive Control พลิกโฉมจราจรเมืองกรุง บอกลาไฟแดง 12 นาที
สัญญาณไฟอัจฉริยะ (Adaptive Control) คือ เทคโนโลยีบริหารจัดการจราจรแบบ Real-time ที่ปรับเปลี่ยนตามปริมาณรถจริง ช่วยลดปัญหารถติดสะสมและเพิ่มความคล่องตัวบนถนนสายหลัก
KEY
POINTS
- กรุงเทพมหานครนำระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Adaptive Control) มาใช้ปรับเวลาไฟเขียว-ไฟแดงอัตโนมัติตามปริมาณรถยนต์จริง เพื่อแก้ปัญหารถติด
- ระบบช่วยลดเวลารอคอยที่สี่แยกโดยเฉลี่ย 2-5 นาทีต่อรอบ โดยที่แยกพระโขนงสามารถลดเวลารอจากเดิม 12 นาที เหลือเพียง 5-6 นาที
- ปัจจุบันมีการติดตั้งระบบนี้แล้ว 74 ทางแยกบนถนนสายหลัก เช่น สุขุมวิท พระราม 4 และมีแผนขยายเพิ่มอีก 50 แห่งภายในปี 2569
กรุงเทพมหานครเดินหน้าปรับโฉมการเดินทางสู่ Smart Mobility ด้วยการนำระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ หรือ Adaptive Control มาใช้งาน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของระยะเวลาไฟเขียว-ไฟแดงที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ละฝั่งของสี่แยก
เจาะลึกขั้นตอนการทำงานของระบบอัจฉริยะ
เทคโนโลยีนี้ทำงานอย่างเป็นระบบผ่าน 3 ขั้นตอนหลักเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด:
1. ตรวจจับและวิเคราะห์ข้อมูล: ใช้เซ็นเซอร์และกล้อง CCTV ตรวจจับปริมาณรถบนถนน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์จราจรแบบ Real-time
2. ปรับเวลาสัญญาณไฟอัตโนมัติ: ระบบประมวลผลและปรับระยะเวลาไฟเขียว-ไฟแดงให้เหมาะสมกับความหนาแน่นของรถในขณะนั้น
3. ลดการรอคอยอย่างไร้ประสิทธิภาพ: ช่วยให้การไหลของรถคล่องตัวขึ้น โดยที่ผู้ขับขี่ไม่ต้องจอดรอสัญญาณไฟที่นานเกินความจำเป็น
ประหยัดเวลาจริง: ลดเวลารอไฟแดงเฉลี่ย 2 – 5 นาที
• ลดเวลารอเฉลี่ย: ประหยัดเวลาจอดนิ่งหน้าแยกได้ประมาณ 2 – 5 นาทีต่อรอบไฟ
• จุดที่เห็นผลชัดเจนที่สุด: เช่น แยกพระโขนง ที่เดิมอาจต้องรอนานถึง 12 นาที ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 5 – 6 นาที หรือลดลงกว่า 50%
• ประสิทธิภาพโดยรวม: สามารถลดเวลาเดินทางได้ประมาณ 10% – 41% ในบางพื้นที่ที่เริ่มใช้งานแล้ว
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
• ประหยัดเวลาในการเดินทาง: ลดการสะสมของแถวคอยบริเวณทางแยก และบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดอย่างเป็นรูปธรรม
• ยกระดับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม: เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ และช่วยลดมลพิษจากการจอดรถติดไฟแดงเป็นเวลานาน
ปักหมุดความสำเร็จและแผนในอนาคต
ปัจจุบัน กทม. ติดตั้งระบบนี้แล้ว 74 ทางแยก บนถนนสายหลัก เช่น สุขุมวิท, พระราม 4, พหลโยธิน และสาทร โดยมีแผนจะขยายเพิ่มอีก 50 ทางแยกภายในปี 2569 เพื่อให้ครอบคลุมจุดสำคัญทั่วเมือง และก้าวสู่การเป็นเมืองแห่ง Smart Mobility อย่างเต็มตัว

