
ผ่าวิชั่น 'ปรัธนา ลีลพนัง' แม่ทัพ AIS คนใหม่ ยกระดับTechco ก้าวสู่ผู้นำ Intelligent Infrastructure
'ปรัธนา ลีลพนัง' CEO AIS กับภารกิจยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน Intelligent Infrastructure ผนึกกำลัง Gulf - Singtel - KTB - OR สร้าง Ecosystem เปลี่ยนทุกพฤติกรรมผู้ใช้งานให้กลายเป็นมูลค่าธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด
KEY
POINTS
- นายปรัธนา ลีลพนัง CEO คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับ AIS จาก Techco สู่การเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure)
- ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Data Center & Cloud, กลยุทธ์ AI-First และการผนึกกำลังพันธมิตรเพื่อรุกธุรกิจธนาคารเสมือนจริง (Virtual Bank)
- ตั้งเป้าขยายธุรกิจ Data Center ร่วมกับ Gulf และ Singtel เพิ่มกำลังการผลิตสู่ 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 เพื่อรองรับ Hyper Scalers และ Sovereign Cloud
- ใช้ AI สร้างบริการเฉพาะบุคคล (Hyper Personalization) และเตรียมจัดตั้ง Virtual Bank ร่วมกับ KTB และ OR เพื่อต่อยอดฐานลูกค้าเดิม
นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้ให้สัมภาษณ์กับ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ในรายการ CEO Talks ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สรุปประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ “Intelligent Infrastructure” จุดเปลี่ยนสำคัญของ AIS
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ถือเป็นวันเริ่มต้นศักราชใหม่ของ AIS เมื่อ ปรัธนา ลีลพนัง ก้าวขึ้นมารับไม้ต่อตำแหน่ง CEO อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ใหม่จากเดิม AIS ก่อนหน้านี้เดินหน้ายุทธศาสตร์จาก บริษัทโทรคมนาคม "Techco" ขยายบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5G สู่การบริการอินเทอร์เน็ตบอรดแบนด์ไปที่บ้าน ขยายบริการไปสู่ด้าน เอ็นเตอร์ไพรส์ กลุ่มลูกค้าองค์กร
"ปรัธนา" บอกเพิ่มเติมถึงยุทธศาสตร์ในยุคของ "เขา" ว่า หลังจากนี้ต่อไป AIS จะยกระดับเป็นผู้นำ "Intelligent Infrastructure" หรือ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ซึ่งไม่ใช่แค่การส่งสัญญาณโทรศัพท์ แต่คือการเป็น "สมองกล" ของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก
1. Data Center & Cloud: ขุมพลังใหม่ระดับ 200 เมกะวัตต์
AIS วางหมากให้ Data Center เป็น "National Digital Infrastructure" โดยอาศัยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Joint Venture) ภายใต้ชื่อ GSA บริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด (Gulf, AIS, Singtel) ซึ่งเป็นการดึงจุดแข็งที่หาตัวจับยากมารวมกัน:
- Gulf: สนับสนุนด้านพลังงาน (ต้นทุนหลักของ Data Center)
- Singtel: เชื่อมต่อโครงข่ายระดับโลก (Global Network)
- AIS: บริหารจัดการการเชื่อมต่อ (Connectivity) และฐานข้อมูลในไทย
ขยายกำลังการผลิตจาก 26 เมกะวัตต์ ก้าวกระโดดสู่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2027
AIS ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจาก 26 เมกะวัตต์ ก้าวกระโดดสู่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2027 เพื่อรองรับความต้องการของ Hyper Scalers ระดับโลก และชูจุดเด่นเรื่อง Sovereign Cloud เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงทางข้อมูลสำหรับองค์กรไทยและภาครัฐ
2. AI-First Strategy: จากโครงข่ายอัจฉริยะ สู่บริการเฉพาะบุคคล
ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ AI จะถูกฝังอยู่ในทุกมิติของบริการ (Intelligent Service):
- Hyper Personalization: ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอแพ็กเกจแบบ "Tailor-made" ให้ตรงใจลูกค้า 50 ล้านบัญชีแบบรายคน ซึ่งเป็นแต้มต่อสำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้งาน ทางด้านธนาคารกรุงไทย (KTB) จะนำความเชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งในเชิงการธนาคารมาใช้ ในขณะที่ PTTOR จะเสริมทัพด้วยเครือข่ายธุรกิจค้าปลีก (Retail) ที่มหาศาล Virtual Bank จะไม่ใช่เพียงแค่แอปพลิเคชันธนาคารใหม่ แต่เป็น ส่วนเติมเต็มใน Ecosystem ของ AIS ที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าเดิม 50 ล้านบัญชี ให้ได้รับบริการที่ตรงใจและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
- Autonomous Network เครือข่ายที่บริหารจัดการตัวเองได้ (Self-healing) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและประหยัดพลังงาน
- AI Ecosystem ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ดึงพันธมิตรระดับโลกอย่าง ChatGPT, Copilot และ Claude มาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
3. Synergy & Virtual Bank: เกมรุกสู่โลกการเงินดิจิทัล
นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยน AIS จากผู้ให้บริการเน็ต ไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผ่านการร่วมทุนกับ KTB (กรุงไทย) และ OR (ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก)
- Virtual Bank: ใช้ฐานข้อมูลมหาศาล (Big Data) มาประมวลผลผ่าน AI บนระบบ Cloud ของตัวเอง เพื่อประเมินความเสี่ยงและปล่อยสินเชื่อรูปแบบใหม่
- Cross-selling Strategy มุ่งเป้าดึงลูกค้าจากเดิมที่ใช้เพียง 1 บริการ (มือถือ) ให้ขยับไปใช้ 2, 3 หรือ 4 บริการ (เน็ตบ้าน, การเงิน, ความบันเทิง) เพื่อเพิ่ม ARPU (รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้) และความรอยัลตี้ที่ยั่งยืน.





