
31 มี.ค.คุมเข้ม Ride Sharing ย้ำแพลตฟอร์ม-คนขับต้องพร้อม
ETDA และกรมการขนส่งทางบก ย้ำแนวปฏิบัติ Ride Sharing Platform ก่อนเริ่มบังคับใช้จริง 31 มีนาคม 2569 เตือนผู้ขับเร่งจดทะเบียน รย.17/18 และทำใบขับขี่สาธารณะให้เสร็จภายในกุมภาพันธ์นี้
KEY
POINTS
- เริ่มบังคับใช้กฎหมาย Ride Sharing อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยทั้งแพลตฟอร์มและผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
- ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะและนำรถยนต์ส่วนบุคคลไปจดทะเบียนเป็นรถยนต์รับจ้าง (รย.17) หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง (รย.18) ให้ถูกต้อง
- แพลตฟอร์มมีหน้าที่คัดกรองผู้ขับและรถที่ผิดกฎหมายออกจากระบบ หากฝ่าฝืนอาจถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจและดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เผยแพร่แนวทางการดำเนินการธุรกิจ Ride Sharing ภายใต้ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ขับรถ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการก่อนถึงกำหนดเส้นตาย
สยบข่าวลือ! ผ่อนปรนเฉพาะ "แพลตฟอร์ม" ไม่ใช่คนขับ
ETDA ชี้แจง 2 ประเด็นสำคัญที่มักมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ดังนี้:
- การขยายเวลา: การผ่อนปรนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีผลเฉพาะการดำเนินการของ "แพลตฟอร์ม" ตามประกาศเท่านั้น แต่กฎหมายขนส่งอื่นๆ ยังคงบังคับใช้ตามปกติ ผู้ขับรถยังมีความรับผิดตามกฎหมายหากปฏิบัติไม่ถูกต้อง
- ระบบ Driver Verify: เป็นเพียงระบบอำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารเพื่อจดทะเบียน รย.17 หรือ รย.18 ให้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ใบยกเว้นโทษ จากการกระทำผิดกฎหมาย
ไทม์ไลน์สำคัญที่ผู้ขับและแพลตฟอร์มต้องรู้
เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น ได้มีการกำหนดช่วงเวลาดำเนินการไว้ดังนี้:
ช่วงที่ 1: วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2569 (ลงทะเบียน Driver Verify) ผู้ขับรถต้องเร่งลงทะเบียนในระบบ Driver Verify เพื่อนำใบรับรองไปจดทะเบียนรถยนต์รับจ้าง (รย.17) หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง (รย.18) กับกรมการขนส่งทางบก โดยขั้นตอนที่สำคัญคือการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพื่อทำใบขับขี่สาธารณะ ซึ่งใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์ หากพบว่าให้บริการโดยไม่จดทะเบียนจะมีความผิดทันที
ช่วงที่ 3: ตั้งแต่ 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป (บังคับใช้เต็มรูปแบบ)
- สำหรับแพลตฟอร์ม: หากยังปล่อยให้มีรถผิดประเภทหรือผู้ขับไม่มีใบขับขี่สาธารณะให้บริการ อาจถูกสั่งห้ามประกอบธุรกิจ หากไม่แก้ไขใน 90 วัน จะถูกถอนการรับแจ้งและดำเนินคดีตามกฎหมาย
- สำหรับผู้ขับรถ: การใช้รถส่วนบุคคลมารับจ้างมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนการไม่มีใบขับขี่สาธารณะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ แนะนำให้ผู้ขับขี่วางแผนและเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากขั้นตอนทางเอกสารและการตรวจสอบประวัติมีความจำเป็นต้องใช้เวลา เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่อง







