KEY
POINTS
พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า “กรณีลักลอบเชื่อมต่อเน็ตข้ามประเทศ อยู่ระหว่างการดำเนินคดีและการติดตามสืบสวนเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด
โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก AIS อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิค การติดตาม และการสืบสวนขยายผลเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อปิดช่องทางการลักลอบส่งอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์
"สำหรับเคสนี้ก็เช่นกัน ตำรวจ CIB ทำงานร่วมกับ AIS มาอย่างเข้มข้น เมื่อเราตรวจพบความผิดปกติได้ประสานแจ้ง AIS และได้รับความร่วมมือในการดำเนินการตัดสัญญาณทันที”
นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมีความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศมาโดยตลอด โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อกำกับของภาครัฐอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ AIS ให้บริการ Corporate Internet แก่ลูกค้าภาคธุรกิจ ภายใต้นโยบายและเงื่อนไขชัดเจนว่า ต้องใช้งานภายในประเทศไทยเท่านั้น และห้ามนำไปใช้งานนอกประเทศ ตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ที่ผ่านมา AIS จึงทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง กองทัพ และตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการนำโครงข่ายโทรคมนาคมไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
โดยที่ผ่านมา เมื่อบริษัทฯ ตรวจพบการละเมิดเงื่อนไขการใช้งาน บริษัทได้ทำการตัดสัญญาณ ยกเลิกสัญญา แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในทุกกรณี
สำหรับกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อพบการละเมิดจากการนำ IP ไปใช้งานในต่างประเทศ บริษัทได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการตัดสัญญาณทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกเลิกสัญญาการให้บริการ และแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเพจ และช่องทางโซเชียล ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชนทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง
ปัจจุบัน AIS ไม่มีการทำธุรกิจกับบริษัทจากกัมพูชาแล้ว และยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นซิมม้าและซิมเถื่อน เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ในการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
AIS ยืนยันว่าหากตรวจพบการนำบริการไปใช้ผิดเงื่อนไขหรือผิดกฎหมาย ไม่ว่าคู่สัญญาจะเป็นบริษัทจากประเทศใด บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการตัดการให้บริการทันที พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย และย้ำว่า AIS พร้อมสนับสนุนการทำงานของภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อกวาดล้างการกระทำที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศและสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างถึงที่สุด”