AIS ผนึกตำรวจ CIB ตัดสัญญาณเน็ตข้ามประเทศ ปราบอาชญากรรม

26 ม.ค. 2569 | 12:59 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 2569 | 13:09 น.

AIS ยึดมั่นความมั่นคงของชาติเป็นสำคัญ ผนึกตำรวจ CIB ทำงานเชิงรุก พบลักลอบเชื่อมต่อเน็ตข้ามประเทศ ตัดสัญญาณ-ยกเลิกสัญญา แจ้งความเอาผิดดำเนินคดีถึงที่สุด

KEY

POINTS

  • AIS ร่วมมือกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ลักลอบเชื่อมต่อข้ามประเทศ เพื่อปราบปรามและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์
  • AIS มีนโยบายชัดเจนว่าบริการ Corporate Internet ต้องใช้งานภายในประเทศเท่านั้น หากตรวจพบการละเมิดจะตัดสัญญาณ ยกเลิกสัญญา และดำเนินคดีทันที
  • ในกรณีล่าสุดที่พบการนำ IP ไปใช้ในต่างประเทศ AIS ได้ตัดสัญญาณที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมยกเลิกสัญญา และแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหายแล้ว

พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า “กรณีลักลอบเชื่อมต่อเน็ตข้ามประเทศ อยู่ระหว่างการดำเนินคดีและการติดตามสืบสวนเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำความผิด

โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจาก AIS อย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนับสนุนข้อมูลทางเทคนิค การติดตาม และการสืบสวนขยายผลเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อปิดช่องทางการลักลอบส่งอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศและตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์

"สำหรับเคสนี้ก็เช่นกัน ตำรวจ CIB ทำงานร่วมกับ AIS มาอย่างเข้มข้น เมื่อเราตรวจพบความผิดปกติได้ประสานแจ้ง AIS และได้รับความร่วมมือในการดำเนินการตัดสัญญาณทันที”

นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS  กล่าวว่า “บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมีความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศมาโดยตลอด โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อกำกับของภาครัฐอย่างเคร่งครัด

AIS ผนึกตำรวจ CIB ตัดสัญญาณเน็ตข้ามประเทศ ปราบอาชญากรรม

ทั้งนี้ AIS ให้บริการ Corporate Internet แก่ลูกค้าภาคธุรกิจ ภายใต้นโยบายและเงื่อนไขชัดเจนว่า ต้องใช้งานภายในประเทศไทยเท่านั้น และห้ามนำไปใช้งานนอกประเทศ ตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล ที่ผ่านมา AIS จึงทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง กองทัพ และตำรวจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการนำโครงข่ายโทรคมนาคมไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

โดยที่ผ่านมา เมื่อบริษัทฯ ตรวจพบการละเมิดเงื่อนไขการใช้งาน บริษัทได้ทำการตัดสัญญาณ ยกเลิกสัญญา แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในทุกกรณี

สำหรับกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน เมื่อพบการละเมิดจากการนำ IP ไปใช้งานในต่างประเทศ บริษัทได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยได้ดำเนินการตัดสัญญาณทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกเลิกสัญญาการให้บริการ และแจ้งความดำเนินคดีในฐานะผู้เสียหาย นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินการทางกฎหมายกับเพจ และช่องทางโซเชียล ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชนทำให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียง

ปัจจุบัน AIS ไม่มีการทำธุรกิจกับบริษัทจากกัมพูชาแล้ว และยังคงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงประเด็นซิมม้าและซิมเถื่อน เพื่อตัดวงจรแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ในการนำไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

AIS ยืนยันว่าหากตรวจพบการนำบริการไปใช้ผิดเงื่อนไขหรือผิดกฎหมาย ไม่ว่าคู่สัญญาจะเป็นบริษัทจากประเทศใด บริษัทฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการตัดการให้บริการทันที พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย และย้ำว่า AIS พร้อมสนับสนุนการทำงานของภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อกวาดล้างการกระทำที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศและสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างถึงที่สุด”