
ADVANC แจงกรณีลักลอบเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามประเทศ
ADVANC แจงเหตุลักลอบเชื่อมเน็ตข้ามประเทศ ยันทำตามเกณฑ์ กสทช. เคร่งครัด พบผู้ใช้บริการรายเดียวละเมิดกฎ สั่งระงับสัญญาณ-เลิกสัญญา-แจ้งความทันที ย้ำไม่กระทบธุรกิจและฐานะการเงิน
KEY
POINTS
- AIS ชี้แจงกรณีลูกค้าองค์กรรายหนึ่งลักลอบนำสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปเชื่อมต่อข้ามประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและฝ่าฝืนเงื่อนไขบริการ
- บริษัทฯ ได้ระงับสัญญาณทันทีตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ ยกเลิกสัญญา และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว
- ยืนยันว่าบริษัทยึดมั่นในกฎหมายและให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาโดยตลอด โดยเหตุการณ์นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและฐานะการเงินของบริษัท
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (ADVANC) หรือ AIS ขอเรียนชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีการตรวจพบการลักลอบเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งเกิดจากผู้ใช้บริการรายหนึ่งนำบริการของบริษัทฯ ไปใช้งานโดยฝ่าฝืนเงื่อนไขการให้บริการ และเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานภาครัฐรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อย่างเคร่งครัด
โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบการใช้งานโครงข่ายโทรคมนาคมตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการตรวจจับและเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้งานที่ผิดปกติบนโครงข่ายเป็นประจำ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการนำโครงข่ายโทรคมนาคมไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย อาทิ การตรวจจับโครงข่ายปลอมแปลงเสมือนจริงของกลุ่มมิจฉาชีพ การยกระดับกระบวนการยืนยันตัวตนด้วยหมายเลขโทรศัพท์อย่างเข้มงวด รวมถึงการกำหนดให้มีการลงทะเบียนและควบคุมการใช้งานบัญชีผู้ส่งข้อความสั้น (SMS) ในนามองค์กรอย่างรัดกุม
สำหรับกรณีดังกล่าว บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรแก่ผู้ใช้บริการรายดังกล่าว และเมื่อบริษัทฯ ตรวจสอบพบว่าผู้ใช้บริการมีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและเงื่อนไขการให้บริการ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามคำสั่งเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อระงับการเชื่อมต่อสัญญาณโดยทันที พร้อมทั้งยกเลิกสัญญาการให้บริการ และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกระบวนการทางกฎหมาย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอเรียนว่า การดำเนินงานของบริษัทฯ ยังคงเป็นไปตามเงื่อนไขของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจตามปกติ รวมถึงฐานะทางการเงินของบริษัทฯ แต่อย่างใด
บริษัทฯ ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายโทรคมนาคมไปใช้ในกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศต่อไป







