วันนี้ 11 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า GISTDA หรือฃ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) ได้ออกมาอัปเดตการปล่อย ดาวเทียม THEOS-2A “สภาพอวกาศเป็นใจ” ชวนคนไทยร่วมส่งดาวเทียม
เช็กตารางปล่อยจรวด
- GISTDA เตรียมนำส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2A ขึ้นสู่อวกาศในวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 11.47 น.
- และจากการประเมินด้วยระบบพยากรณ์สภาพอวกาศ (Space Weather Forecast System: JASPER) ที่พัฒนาโดยทีมวิจัยของ GISTDA
- พบว่า ในวันดังกล่าว “ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดพายุสนามแม่เหล็กโลก จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปล่อยจรวดและนำส่งดาวเทียมอย่างยิ่ง”
ทำไม "สภาพอวกาศ" ถึงตัดสินชะตา THEOS-2A?
1. ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
การส่งดาวเทียมเข้าสู่ วงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ที่ระดับความสูงไม่เกิน 2,000 กม. มีความท้าทายจากสภาพอวกาศ 3 ด้านหลัก:
- แรงต้านอากาศ (Atmospheric Drag): เมื่อเกิดพายุสนามแม่เหล็กโลก ชั้นบรรยากาศจะขยายตัวทำให้ดาวเทียมลดระดับความสูง (Orbital Decay)
- การรบกวนสัญญาณ: กระทบต่อการสื่อสารระหว่างโลกและดาวเทียม
- ความเสียหายต่อระบบ: รังสีพลังงานสูงอาจทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน
2. บทเรียนราคาแพงจากระดับโลก
GISTDA ยกตัวอย่างความสำคัญของสภาพอวกาศผ่านเหตุการณ์จริง:
- SpaceX (2022-2024): สูญเสียดาวเทียม Starlink จำนวนมากเนื่องจากพายุสนามแม่เหล็กโลกทำให้แรงต้านอากาศสูงเกินรับมือ
- Blue Origin (2025): ต้องเลื่อนภารกิจหลังพบพายุดวงอาทิตย์ระดับ G4
3. ระบบ JASPER: ผู้ช่วยพยากรณ์อวกาศของไทย
ทีมวิจัย GISTDA ใช้ระบบ JASPER ในการวิเคราะห์ พบว่าวันที่ 12 ม.ค. 69 สภาพอวกาศนิ่งสงบ เหมาะแก่การปล่อยจรวดมากที่สุด
อีกด้านของพายุ: "พนักงานทำความสะอาดอวกาศ"
ข้อมูลที่น่าสนใจคือ พายุสนามแม่เหล็กโลกไม่ได้มีแค่ข้อเสีย แต่ช่วยให้ซากจรวดและขยะอวกาศกว่า 40,000 ชิ้น ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและถูกเผาไหม้ไป เป็นการ "ล้างวงโคจร" โดยธรรมชาติ.
ที่มา: