
ประกันสังคม ทุ่ม 850 ล้าน ยกระดับระบบ 'SSOCore' สู่ Web Application
ประกันสังคม เดินหน้ายุทธศาสตร์ Digital Government ทุ่มงบกว่า 850 ล้านบาท พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีหลัก ภายใต้ชื่อ “SSOCore” ย้ายฐานข้อมูลมหึมา 30 ปี จาก Mainframe สู่ Web Application ตั้งเป้าลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ รองรับผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ
KEY
POINTS
- ประกันสังคมทุ่มงบประมาณ 850 ล้านบาท พัฒนาระบบงานหลัก 'SSOCore' จาก Mainframe เป็น Web Application เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ประกันตน
- โครงการนี้เป็นการปฏิรูประบบครั้งใหญ่ในรอบ 3 ทศวรรษ ครอบคลุมการปรับปรุง 14 ระบบงานสำคัญ เช่น ระบบทะเบียน ระบบเงินสมทบ และระบบประโยชน์ทดแทน
- ระบบใหม่ 'SSOCore' อยู่ระหว่างการทดสอบความเสถียรและความปลอดภัย และมีกำหนดจะเริ่มใช้งานจริงทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 7 เขตบางบอน เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการทดสอบระบบ (System Testing) โครงการปรับเปลี่ยนระบบงานประกันสังคมจากเครื่องคอมพิวเตอร์ Mainframe เป็นระบบ Web Application ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับการให้บริการภาครัฐ
โครงการนี้ถือเป็นการปฏิรูประบบงานที่สำคัญที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยกระดับบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล (Digital Government) โดยการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่ระบบ Web Application บนฐานข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นสูง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนงาน และรองรับการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างปลอดภัย
ดร.แดน เหตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP ในฐานะผู้ดำเนินการพัฒนาระบบ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการ 'SSOCore' ว่า ภายใต้งบประมาณการลงทุนตลอดโครงการกว่า 850 ล้านบาทนี้ ถือเป็นความท้าทายในการพัฒนาระบบสารสนเทศ ของสำนักงานประกันสังคม เพื่อรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของผู้ประกันตนที่มีอยู่ในระบบกว่า 20 ล้านคน ในปัจจุบันและพร้อมรองรับการขยายตัวในอนาคต
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ทีมพัฒนาระบบได้ส่งมอบงานให้กับสำนักงานประกันสังคมแล้ว และจะพร้อมเริ่มการใช้งานจริงทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบด้านความเสถียรและความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการให้บริการเต็มรูปแบบ รองรับการทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป











