
ดับฝัน‘คริปโต’ห้ามซื้อขายสินค้า-บริการ
ธปท. กลต. คลัง เตรียมออกประกาศ “ห้าม” ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล สนับสนุน หรือ ส่งเสริมการให้บริการที่นำ คริปโตฯและโทเคนดิจิทัลมาใช้เป็น“สื่อกลางในการชำระสินค้าและบริการ” เปิดรับฟังความคิดเห็น หากไม่ขัดหลัก เตรียมประกาศใช้ทันที ต้องปฎิบัติตามภายใน 15 วัน
นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงินหน่วยงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจในลักษณะให้บริการ ชักชวนหรือแสดงตน ว่าพร้อมจะให้บริการแก่ร้านค้าและผู้ประกอบการต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล
เช่น จัดทำระบบและโฆษณาเชิญชวนร้านค้า ซึ่งการที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลให้เกิดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม รวมถึงเป็นความเสี่ยงต่อประชาชนและธุรกิจ อาทิ ความเสี่ยงจากการสูญมูลค่าที่เกิดจากความผันผวนของราคา ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน
หน่วยงานกำกับดูแลต่างตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบดังกล่าว จึงพิจารณาใช้อำนาจตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าหรือบริการในวงกว้าง และจะมีแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม สำหรับบริการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภทที่เป็นประโยชน์ต่อนวัตกรรมทางการเงินและไม่สร้างความเสี่ยงเชิงระบบที่กล่าวถึงข้างต้น โดยคำนึงถึงทั้งการเพิ่มศักยภาพของระบบการเงินของประเทศ และประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องและประชาชนต่อไป
“ธปท.ได้มีการรือร่วมกันกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างประเทศ ในเรื่องการกำกับดูแลการสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ และธปท. คณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. กระทรวงการคลัง เห็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น จากการนำสินทรัพย์ไปใช้วงกว้าง จึงได้มีแนวคิดในการจำกัดอยู่ในตัวกลางให้บริการ พิจารณาประโยชน์เพื่อการลงทุน และเปิดใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเหมาะสมกับบริบทของประเทศ ซึ่งระหว่างนี้ห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภทเป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการ
นางจารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ สายธุรกิจตัวกลางและตลาด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นต่อการกำหนดหลักเกณฑ์ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริการ ที่เกี่ยวข้องกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ นอกเหนือจากวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยระหว่างการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้นผู้ให้บริการศูนย์แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องหยุดการอำนวยความสะดวกกับร้านค้าในการแปลงเหรียญเป็นเงินบาท และภายหลังการประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว ผู้ประกอบการจะต้องปฎิบัติให้เป็นไปตามเกณฑ์ภายใน 15 วัน ส่วนกรณีร้านค้ากับผู้บริโภคตกลงแลกเปลี่ยนเป็นคริปโตนั้นสามารถทำได้ ไม่ได้อยู่ในส่วนที่ กลต. กำกับดูแล แต่ต้องรับความเสี่ยงเอง อย่างไรก็ตามคิดว่าอยู่ในวงแคบ ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมวงกว้าง แต่ต่อไปอาจมีออกเกณฑ์มาดูแล
“กลต. อยู่ระหว่างพิจารณาหลักเกณฑ์ สเตเบิลคอยน์อันไหนใช้ได้ และอยู่ภายใต้การดูแล ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดเฮียริ่ง ข้อเสนอกระทบหลักการหรือไม่ ถ้ากระทบเสนอให้ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พิจารณา แต่ถ้าไม่ขัดหลักการ ก็สามารถออกเป็นประกาศได้ทันที”












