
AISชี้เทลโก้โต4% แนะรัฐเยียวยายั่งยืน
เอไอเอส เผยอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีการใช้งานเพิ่มกว่า 30% จาก Work From Home เรียนออนไลน์ ขณะที่รายได้ไม่โตตาม คาดปี 64 ภาพรวมอุตสาหกรรมโต 3-4% แนะรัฐใช้มาตรการเยียวยาแบบยั่งยืน
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม หรือ TELCO ในแง่ของการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 30% ทั้งโมบายและฟิกซ์บรอดแบนด์จากผลกระทบของโควิดและพฤติกรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ถึงแม้ว่าการใช้งานจะมากขึ้น มีการลงทุนมากขึ้นแต่รายได้ของอุตสาหกรรมโดยรวมไม่ได้เติบโต 30% ตามนั้น เอไอเอสเป็นอุตสาหกรรมที่มีความจำเป็นของคนที่ต้องใช้งาน ซึ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้นจะดีกว่าการเติบโตของจีดีพีประเทศอยู่ที่ 2-3% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังขึ้นอยู่กับกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจของคนในประเทศ จะเห็นว่าปีที่ผ่านมาจีดีพีของประเทศติดลบ 6.1% แต่รายได้โดยรวมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมติด ลบอยู่ที่ประมาณ 4% ซึ่งน้อยกว่าจีดีพี
“ถึงแม้ว่าความจำเป็นในการใช้งานและการลงทุนจะมากขึ้น การเติบโตของอุตสาหกรรมก็ไม่ได้เป็นไปตามการใช้งานที่เติบโต 30% แต่ถือว่ายังดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่อาจติดลบถึง 50% อย่าง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือโรงแรมต่างๆ ขณะที่ปี 2564 คาดการณ์ว่าจีดีพีจะเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 2- 3% และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมภาพรวมคาดว่าจะเติบโตประมาณ 3-4% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ ยังคงติดลบ”
ขณะที่ในปี 2563 ที่ผ่านมาเอไอเอสได้รับไลเซนส์คลื่น 5G ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เอไอเอสมีคลื่น 5G มากที่สุด และมีความพร้อมในการผลักดันเรื่องต่างๆ ให้กับประเทศ แต่หลังจากนั้นในเดือนมีนาคมก็เกิดวิกฤติิโควิด-19 รอบแรกขึ้น เอไอเอสจึงได้นำเทคโนโลยี 5G เข้ามาใช้ในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือวงการสาธารณสุขของไทย ทั้งนี้ในช่วงการระบาดของโควิดระลอก 3 จะเห็นว่า ประชาชนมีความกังวลลดลงทั้งที่สถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อมีมากกว่าปีที่ผ่านมา
ซึ่งจำเป็นที่องค์กรทุกภาคส่วนในสังคมไทยจะต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาเอไอเอสได้ผุดโมเดล 3 ประสานเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องทำให้เป็นเอกภาพ คือภาครัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชนด้วยการเตรียมพร้อม การร่วมมือกัน และการปรับตัวเพื่อต่อสู้กับโควิด-19
สำหรับแผนการดำเนินงานในสถานการณ์โควิดทำให้ทุกองค์กรต้องได้รับผลกระทบ เอไอเอสก็ได้ประกาศให้พนักงาน Work From Home 100% และเพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยให้กับทีมงานติดตั้งและวิศวกร โดยแผนการติดตั้งยังปกติจำนวนงานไม่ได้ลดลง ทั้งนี้เอไอเอสจะใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่และออกแบบแพ็กเกจเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก เพราะในวันนี้เป็นเรื่องของ Digitalization ที่ทุกคนต้องพัฒนาตนเองในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิต
“ทั้งนี้ภาครัฐต้องมีความพร้อมในเรื่องของวัคซีนเพื่อฉีดให้คนไทยครบทั้ง 70% ขึ้นไปตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก รวมถึงต้องพร้อมในเรื่องของมาตรการเยียวยา ที่ไม่ใช่แค่การหว่านแจกเงินในระยะสั้นอย่างเดียว แต่ต้องปรับโครงสร้างที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ในระยะยาวและยั่งยืน รวมถึงอยากให้เกิดความร่วมมือของภาคเอกชนแทนที่จะแข่งขันกัน เพราะยังมีพื้นที่ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ
โควิด-19 ระลอกแรก สอนให้เรารู้จักเตรียมพร้อมกับทุกสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเตรียมพร้อมฝึกฝนขีดความสามารถใหม่ๆ, สร้างรูปแบบการทำงานในโลกปกติใหม่ มีมุมมองแบบ Pro Active ส่งผลให้เราสามารถต่อสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาถ้าภาครัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งคงไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง ทั้งเรื่องของแรงงานผิดกฎหมาย บ่อนการพนัน ซึ่งอาจจะมีระลอก 4-5 เกิดขึ้น ถ้ายังไม่มีการลงโทษและในอนาคตก็จะเกิดขึ้นอีก บทเรียนในครั้งนี้อยากให้ภาครัฐและคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูและจัดการปัญหาฐานราก” นายสมชัยกล่าว
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,673 หน้า 16 วันที่ 25 - 28 เมษายน 2564






