
Genea ผุดคลินิกมีบุตรยากชูเทคโนโลยีสุดลํ้า
Genea ศูนย์บริการพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับผู้มีบุตรยากพร้อมเปิดตัวคลินิกกลางใจเมือง สานฝันคู่รักไทย สู่เส้นทางการเป็นพ่อแม่อย่างสมบูรณ์
Genea ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วหรือ IVF (In-vitro Fertilization) และการตรวจสอบความผิดปกติของดีเอ็นเอในพันธุกรรมที่ทันสมัย ประกาศเปิดตัวคลินิกสาขาในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะส่งมอบโอกาสสำคัญในการตั้งครรภ์ให้แก่คู่สามีภรรยาด้วยเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้วและเทคนิคคัดกรองพันธุกรรมอันโด่งดังของทางบริษัท โดยคลินิกจะตั้งอยู่ที่อาคารเซ็นทรัลทาวเวอร์ เพื่อตอบรับความต้องการการรักษาเพื่อการมีบุตรที่เพิ่มมากขึ้นของคนไทยผ่านการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย
ดร.โทมัส สตอจานอฟ ผู้อำนวยการ Genea ประเทศไทย กล่าวว่า “Genea เป็นผู้ให้บริการที่มีความชำนาญการด้านการรักษาผู้มีบุตรยากมาเป็นเวลากว่า 30 ปี การพัฒนาเครื่องมือ ความสำเร็จ รวมถึงเทคนิคการตัดตรวจเซลล์ระยะตัวอ่อน พร้อมการทดสอบต่าง ๆ ของเราได้ส่งมอบความสุขให้กับคู่สามีภรรยานับหลายพันคู่ทั่วโลก ในตอนนี้ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการสานฝันให้แก่คู่รักชาวไทย เพื่อเติมเต็มความสุขของการเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์”
ด้วยนักเทคนิคการแพทย์เพาะเลี้ยงตัวอ่อน พยาบาล และแพทย์ผู้ชำนาญการของ Genea การเปิดตัวในตลาดไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง และมิใช่ว่าจะเป็นผลดีแค่สำหรับคู่รักที่ต้องการจะเป็นพ่อแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีอัตราการตั้งครรภ์ลดลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างประเทศไทยเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์และเวียดนามมีการเติบโตของปริมาณประชากรโดยเฉลี่ยทั่วโลกที่อย่างน้อยร้อยละ 1.1 ประเทศไทยกลับยังคงเผชิญกับปัญหาการลดลงของประชากร ด้วยอัตราการเติบโตที่ตํ่ากว่ามาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 0.3 เท่านั้น
คลินิกที่พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมแล้วที่จะเติมเต็มความต้องการของผู้เข้ารับบริการทุกคนรุดเดินหน้านำเสนอเทคโนโลยีอย่างระบบตู้อบเพาะเลี้ยง Geri นวัตกรรมชิ้นโดดเด่นที่สุดของ Genea ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญอันทำให้อัตราการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับการใช้ตู้อบเพาะเลี้ยงและระบบใช้อาหารเลี้ยงเชื้อแบบเดิม ที่ทางคลินิกอื่นๆ ทั่วเอเชียเลือกใช้
นายสตีเฟน แม็คอาร์เธอร์ ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ของ Genea เน้นยํ้าถึงประสิทธิภาพที่จะได้รับจากเครื่อง Geri “ระบบการเพาะเลี้ยงที่มีความต่อเนื่องทำให้เราได้มาซึ่งตัวอ่อนที่มีคุณภาพและมีความสมบูรณ์มากในแต่ละรอบ โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้เข้ารับบริการจะได้รับตัวอ่อนที่สมบูรณ์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 ซึ่งจะสามารถทำการถ่ายฝากหรือแช่แข็งไว้เพื่อใช้ต่อไปในอนาคตได้ นั่นหมายความว่า ยิ่งมีจำนวนตัวอ่อนที่อยู่รอดมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเติมเต็มความต้องการของครอบครัวผ่านรอบการจัดเก็บไข่ที่ได้รับการกระตุ้นเพียงรอบเดียวมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะช่วยทำให้พวกเขาสามารถทำการรักษาผ่านการถ่ายฝากตัวอ่อนแช่แข็งได้อย่างไม่ยุ่งยาก”
นอกจากนี้ ระบบตู้เลี้ยงตัวอ่อน Geri ยังมาพร้อมกับ Grow by Genea ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันรูปแบบใหม่ที่ทำให้ผู้รับการรักษาสามารถเข้าดูรูปภาพและวิดีโอที่ค่อยๆ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปในขณะที่ตัวอ่อนของพวกเขาเจริญเติบโตในห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด “แอปพลิเคชันนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับผู้เข้ารับบริการ และ Genea เป็นคลินิกที่ให้บริการแอปพลิเคชันตัวนี้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้ผู้รับการรักษารู้สึกมีความใกล้ชิดและเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากโดยการทำเด็กหลอดแก้ว(IVF) เป็นอย่างมาก” นายแม็คอาร์เธอร์กล่าว
การรักษาที่ทางคลินิกให้บริการ ได้แก่ การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ (ฮอร์โมนในเลือด ซึ่งรวมถึงฮอร์โมนแอนติมูลเลอเรียน หรือ AMH), การทำอัลตราซาวด์ (การตรวจภายใน การสแกนถุงไข่ และการสแกนหัวใจตัวอ่อน), การตรวจวิเคราะห์นํ้าอสุจิ, การแช่แข็งอสุจิ,การแช่แข็งไข่,การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF)/ การทำอิ๊กซี่ (ICSI), การเลี้ยงตัวอ่อนภายนอกร่างกาย, การคัดกรองความผิดปกติทางพันธุกรรมของตัวอ่อนก่อนฝังตัว , การแช่แข็งตัวอ่อน, การละลายไข่/ตัวอ่อนแช่แข็ง และการคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดของมารดา
Genea ถือเป็นองค์กรที่มีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในกรุงเทพฯ ด้วยการเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของคลินิก Superior A.R.T ที่เป็นรู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ผู้ชำนาญการสำหรับผู้มีบุตรยากอย่าง ดร.ศศิวิมล ปรีชาพรกุล ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในครั้งนี้ ด้วยการดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการด้านการแพทย์ รวมถึงเป็นผู้ให้การรักษาแก่ผู้เข้ารับบริการโดยตรง โดย ดร.ศศิวิมล พร้อมมุ่งมั่นที่จะให้การรักษาด้วยวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งเหมาะสมแก่ผู้เข้ารับการรักษาแต่ละราย “ดิฉันพร้อมที่จะให้ข้อมูลแก่ผู้เข้ารับการรักษาทุกท่านอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การตัดสินใจของทุกท่านเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพก่อนเข้ารับการรักษา” ดร.ศศิวิมลกล่าว
หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,669 วันที่ 11 - 14 เมษายน พ.ศ. 2564






