thansettakij
thansettakij
เจาะเมกะเทรนด์ปี 64 เปลี่ยนวิถีชีวิต

เจาะเมกะเทรนด์ปี 64 เปลี่ยนวิถีชีวิต

06 ก.พ. 64 | 12:00 น.

เปิดเทรนด์เทคโนโลยีมาแรงปี 64 หลังวิกฤติโควิด-19 เร่งการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ ชี้ eHealth, AI และ EdTech มาแน่ ขณะที่เอไอเอสเผยจุดสำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและกฎหมายควบคุมการใช้งาน

นายบียอน ทาล แซนเบิร์ก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทเลนอร์ หน่วยงานวิจัยภายใต้เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าวว่า ปี 2563 ที่ผ่านมาเป็นปีของความท้าทายแห่งศตวรรษ และยังเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวปรับพฤติกรรมสู่ “วิถีชีวิตใหม่” โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อน โดยศูนย์วิจัยเทเลนอร์ได้มีการคาดการณ์แนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 แบ่งออกเป็น 5 แนวโน้ม ได้แก่

1. eHealth เนื่องจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อาจทำให้เกิดความกังวลและอาการซึมเศร้าจากความเหงา นำมาสู่การพัฒนา eHealth เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสุขภาพจิต เช่น การใช้เทคโนโลยี AR และ VR ผสานกับฮาโลแกรม เพื่อสร้างการสื่อสารเสมือนจริงที่ต่างจากการวิดีโอคอลในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาหุ่นยนต์ AI คลายความเหงา

2. AI บริหารจัดการด้านพลังงาน สามารถพยากรณ์แนวโน้มการใช้พลังงานของเมือง การใช้เทคโนโลยี TinyML หรือการเรียนรู้ของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เช่น โดรนถ่ายภาพเพื่อการสำรวจสภาพ อากาศในภาคการเกษตร การใช้หุ่นยนต์และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อช่วยเกษตรกร

3. Biometric เนื่องจากการใช้ บริการดิจิทัลที่มากขึ้น กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย อาจทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมจากการใช้บริการดิจิทัล หรือ Digital dementia โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจดจำ “พาสเวิร์ด” ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์
จึงคาดการณ์ว่าจะมีการนำโซลูชันที่ใช้สำหรับการจัดการพาสเวิร์ด (Password manager) หรือการใช้อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) เพื่อการยืนยันตัวเอง เช่น ลายนิ้วมือหรือการสแกนม่านตา แทนการจำตัวเลขพาสเวิร์ด

 

เจาะเมกะเทรนด์ปี 64 เปลี่ยนวิถีชีวิต

 

 

4. การทำงานในยุค Society-as-a- service ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการอำนวยความสะดวกปัจจัยพื้นฐานให้สามารถทำงานที่ใดก็ได้ ในอนาคตจะได้เห็นจุดให้บริการฟรีอินเตอร์เน็ต ห้องประชุมงานในที่สาธารณะ หรือร้านกาแฟมากขึ้น

และ 5. EdTech จากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เด็กนักเรียนทั่วโลกจำนวนกว่า 1,600 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน ในขณะเดียวกันการเรียนออนไลน์ทำให้ความเหลื่อมลํ้าทางการศึกษาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ในอนาคตจะได้เห็นเทคโนโลยีทางการศึกษาที่เข้ามาทำให้การเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านนายอราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายขับเคลื่อนนวัตกรรม เอไอเอส เปิดเผยว่า ทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาและความเสี่ยงต่างๆ มากมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในสภาวการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเทรนด์ที่ท้าทายที่เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทจากการมาถึงของดิจิทัล (Digital Disruption) ที่จะได้เห็นในปี 2564 นี้ ประกอบด้วย

1. Digital Identity Foundation Initiative: ภาพรวมของความเป็นตัวตนของตัวบุคคลในแพลตฟอร์มต่างๆ ความเป็นเจ้าของของตัวตน และความง่ายในการอนุญาต รวมทั้งการควบคุมความเป็นตัวตนในยุคดิจิทัล ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานราชการไทย

2. Digital Archive & Intelligence Initiative: การเก็บข้อมูลด้วยเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ไอโอที การนำเอาข้อมูลไปเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการเรียนรู้ของเครื่องเพื่อการสร้างข้อมูลเชิงลึก รวมถึงรากฐานของการจัดเก็บกระบวนการในกลุ่มเมฆเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในสากล

3. Phygital Exchange Market Initiative: การรวมกันของสิ่งของในโลกความเป็นจริงและโลกเสมือน การสร้างและควบคุมตลาดซื้อขายระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์จริง และการสร้างการระบบการจัดเก็บข้อมูลดิจิทัล ระหว่างสินทรัพย์ในโลกจริงและโลกเสมือนที่เป็นรากฐานให้กับประเทศไทย

4. Future Workforce Platform Initiative: ภาพรวมของความสามารถและสกิลของกลุ่มคนในสังคมต่างๆ จากภาวะสังคมผู้สูงอายุ การแยกกันทางวิชาความรู้ระหว่างกลุ่มดิจิทัลโดยกำเนิด (Digital Natives) และกลุ่มผู้อพยพทางดิจิทัล (Digital Immigrants) เทรนด์ของการเรียนรู้แบบทีละเล็กละน้อย (Micro-Learning) หลักการเรียน และการอัพเดทความรู้ในยุคดิจิทัล รวมทั้งโครงสร้างของสังคมการทำงานแบบฟรีแลนซ์ของไทย

และ 5. Digital Police Initiative: การบังคับใช้กฎหมายในโลกดิจิทัลในประเทศ ไทย รวมถึงการใช้กฎหมายดิจิทัลกับโลกของอุปกรณ์ไอโอทีในยุค 5G ความปลอดภัยและอาชญากรรมไซเบอร์ที่ควรระวัง 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3,650 หน้า 16 วันที่ 4 - 6 กุมภาพันธ์ 2564