thansettakij
thansettakij
ผิวหนังอัจฉริยะ สร้าง สัมผัสแห่งดิจิทัล

ผิวหนังอัจฉริยะ สร้าง สัมผัสแห่งดิจิทัล

06 ม.ค. 64 | 20:10 น.

อุปกรณ์สร้างสัมผัสแห่งดิจิทัล (Digital Touch) กำลังเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาด ช่วยสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคในโลกเสมือนให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ลดข้อจำกัดของการซื้อสินค้าออนไลน์

ดร. ณัฐวุฒิ  พงศ์สิริ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล ([email protected]) เปิดเผยว่า เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีอิทธิพลต่อโลกธุรกิจและชีวิตผู้คนมากขึ้น ส่งผลให้ปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพระหว่างบุคคลลดน้อยลงจนแทบจะกลายเป็น ‘สังคมไร้สัมผัส (Touchless Society)’ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น ปริมาณที่เพิ่มขึ้นของการประชุมทางไกลบนระบบคลาวด์ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมอยู่คนละสถานที่  การเปิดใช้บริการอัตโนมัติที่สนามบินชางฮี ประเทศสิงคโปร์ด้วยระบบ FAST (Fast and Seamless Travel) ผู้โดยสารสามารถเช็คอิน โหลดกระเป๋า และตรวจหนังสือเดินทางได้เองทุกขั้นตอน 

 

หรือการใช้บริการห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงที่ eBay และห้างสรรพสินค้า Myer ในออสเตรเลียร่วมกันพัฒนาขึ้น มีสินค้าถึง 12,500 ชิ้น ให้ลูกค้าเลือกสรร สามารถหมุนดูได้ 360 องศา และยังแสดงรายละเอียดของสินค้า ค่าขนส่งและอื่นๆ ลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านระบบ e-Payment ได้ทันที 

 

ยิ่งการระบาดของโควิด -19 กำลังกระจายไปทั่วโลกส่งผลให้สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญและกลายเป็นตัวเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น บริการโดรนจัดส่งพัสดุทางอากาศของ  Amazon Prime Air  รวมทั้งโครงการอพอลโล เพื่อทดสอบรถยนต์ไร้คนขับของบริษัทไป่ตู้ ในประเทศจีน ก็พึ่งได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลให้ทดลองใช้ในกรุงปักกิ่ง

การใช้บริการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ มีข้อดีตรงราคาถูกกว่าซื้อหน้าร้าน และสะดวกรวดเร็ว ถ้าเป็นสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นผู้บริโภคยังสามารถเพิ่มประสบการณ์เสมือนจริงในการลองใส่เสื้อผ้าก่อนตัดสินใจ เช่น บริษัทสตาร์ทอัพ ซีกริด ในประเทศอิสราเอลได้พัฒนาแอปลองเสื้อผ้าเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ให้มีสีสันมากขึ้นลูกค้าอาจเลือกลองชุดกับนางแบบ หรือนายแบบเป็นตัวอย่าง หรือสแกนภาพตัวเองไปลองใส่เสื้อผ้าแต่ละชุดแบบเสมือนจริงก็ได้ เทคโนโลยีนี้ได้เริ่มใช้ในหลายเว็บไซต์ของแบรนด์ดัง เช่น Walmart Marcy’s Asos และ Adidas

 

อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมในสังคมไร้สัมผัส ยังขาดการเติมเต็มประสบการณ์ที่สำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถจับต้องเพื่อประเมินคุณค่าของสินค้านั้นได้โดยตรง 

 

สัมผัสแห่งดิจิทัล (Digital Touch) จึงเป็นสิ่งที่ขาดหายไปในโลกเสมือนจริง ตัวช่วยที่จะมาปิดช่องว่างดังกล่าว มาจากงานวิจัยของจอห์น โรเจอร์ส และลูกทีมในภาควิชาวิศวกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้พัฒนาผิวหนังอัจฉริยะ (Smart Skin) ทำจากวัสดุอ่อนนุ่ม ติดอุปกรณ์ส่งแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ เมื่อถูกกระตุ้น  เชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สาย ซึ่งจะช่วยสร้างความรู้สึกแบบธรรมชาติคล้ายกับการถูนิ้วเบาๆ บนผิวหนังจริง ถ้านำเทคโนโลยีนี้ไปผลิตอวัยวะเทียม จะช่วยเพิ่มความรู้สึกด้านการสัมผัส สามารถรับรู้แรงกด ความร้อน ความเย็น และความเจ็บปวดต่าง ๆ หรือนำไปต่อยอดการใช้บริการห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงร่วมกับเทคโนโลยี VR ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเสมือนว่าได้สัมผัสสินค้านั้นจริงๆ 

แม้กระทั่งใช้กับนักแสดงคอนเสิร์ต หรือ นักการเมืองที่ต้องอยู่ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก สามารถสร้างสัมผัสแห่งดิจิทัลผ่านความรู้สึกที่เสมือนได้สัมผัสมือกับผู้ชมทั้งในสถานที่จริงและทางออนไลน์ 

 

เจเรมี ไบเลนสัน นักจิตวิทยาห้องทดลองด้านการติดต่อสื่อสารผ่านโลกเสมือน ที่มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด พบว่าผู้ทดลองสัมผัสมือผ่านผิวหนังอัจฉริยะสามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก หรือสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการสื่อสารได้อย่างถูกต้องแม่นยำกว่าที่คิดกันไว้ และใกล้เคียงกับการสัมผัสทางกายจริงๆ ในเชิงธุรกิจ 

 

บริษัท Teslasuit ได้ นำผิวหนังอัจฉริยะไปพัฒนา ‘VR Gloves’ ที่จะช่วยให้ผู้เล่นเกมส์ VR ออนไลน์ ‘รู้สึก’ และ ‘สัมผัส’ กับวัตถุ ในมิติต่างๆ เช่น ผิวสัมผัสของวัตถุ แรงสั่นสะเทือนจากวัตถุ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่นิ้วของผู้เล่น ทำให้ได้  รับประสบการณ์และความเพลิดเพลินในการเล่นมากขึ้น ขณะเดียวกันถุงมือนี้จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับร่างกายผู้เล่นเพื่อวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจ ประเมินความเครียด หรือความตื่นเต้นในรูปแบบต่างๆ ที่ผู้เล่นกำลังมีอยู่อีกด้วย 

 

ช่วงเวลาที่สังคมไร้สัมผัสกำลังขยายตัว และปฏิสัมพันธ์ทางกายภาพมีข้อจำกัดมากขึ้น จากปัญหาด้านสุขภาพอนามัยเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยให้สังคมไร้สัมผัสได้รับการเติมเต็มด้วยสัมผัสแห่งดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ฉากกั้นแบ่งระหว่างโลกเสมือนจริง กับโลกที่แท้จริงบางลงเรื่อยๆ