thansettakij
thansettakij
สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

08 เม.ย. 63 | 09:20 น.

เครื่องช่วยหายใจ GO RES

 

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

ในยุคที่โควิด-19 แพร่ระบาดเครื่องมือทางการแพทย์ ถือเป็นอาวุธสำคัญและจำเป็นสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วย แต่หากจะซื้อทั้งหมด ราคาค่ามันสมองและส่วนประกอบจากต่างชาติก็แพงเหลือเกิน เพราะฉะนั้นไทยเราจึงพยายามพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์หลายๆ อย่างขึ้นเอง และก็ได้สัมฤทธิผลและใช้งานได้ดี โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ร่วมกับทีมวิศวกรรมชีวการแพทย์ พัฒนานวัตกรรมอุปกรณ์ที่ช่วยการทำงานของคณะแพทย์ ได้อย่างน่าสนใจ เช่น ห้องแยกโรคความดันลบ (Negative pressure room) โมเดลเครื่องช่วยหายใจ (GO RES) และประตูสแกนอุณหภูมิระบบ AI พร้อมระบบพ่นละอองนํ้ายาฆ่าเชื้ออัตโนมัติ

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

สำหรับนวัตกรรมที่โดดเด่น มากๆ น่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ GO RES ซึ่งศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. อธิบายว่า ศูนย์รวมนวัตกรรม KMITL GO FIGHT COVID-19 ภายใต้สำนักงานบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KRIS) ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจ โดยมีทีมนักพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม สจล. ร่วมกันทำงาน

นวัตกรรมเครื่องช่วยหายใจ GO RES (Respirator) เป็นโมเดลที่ทำขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมีการวิเคราะห์วิจัยการทำงานของปอดที่เปรียบเสมือนห้องความดันลบ เมื่อปอดถูกทำลายจากเชื้อไวรัสโควิด -19 ก็รับออกซิเจนเข้าไปไม่ได้ การรักษาทางการแพทย์ คือ การบีบปั๊มให้หัวใจสูบฉีด แต่ถ้าบีบด้วยมือคงไม่ไหว ก็ต้องหาเครื่องมืออัตโนมัติเข้ามาช่วย

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

เครื่องช่วยหายใจนี้ จึงเข้ามาทำหน้าที่บีบปั๊มหัวใจ โดยใช้มอเตอร์หมุนทางเดียวและใช้ลูกเบี้ยวลูกสูบคอยควบคุมกลไกการบีบ

แต่ระดับการหายใจของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้น ต้องมีระบบควบคุมอัตโนมัติ และศูนย์รวมที่จะป้อนได้ว่าระดับการหายใจของแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วควบคุมการกดปล่อยให้กับผู้ป่วยแต่ละคน

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม

ความโดดเด่นของเครื่องช่วยหายใจ GO RES คือ เซ็นเซอร์ตรวจสอบจังหวะการหายใจของผู้ป่วยโดยเครื่องจะต้องซิงค์กับการหายใจ

เครื่องช่วยหายใจ GO RES ของ สจล. มีแนวคิดการผลิตในปริมาณมาก เพื่อแจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาลที่มีความต้องการใช้งานกับผู้ป่วยโควิด-19 ในระดับที่มีอาการติดเชื้อในปอด ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อีกทั้งจำลองคุณสมบัติของเครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ในโรงพยาบาล ให้อยู่ในขนาดที่พกพาได้ เพื่อแจกจ่ายให้แก่โรงพยาบาล และผู้ที่มีความจำเป็นในการใช้งาน สามารถนำไปใช้เองได้ที่บ้าน

การที่ สจล.มาคิดพัฒนาเอง ทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมาก คือ มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท ขณะที่เครื่องช่วยหายใจขนาดใหญ่ที่ใช้ในโรงพยาบาลมีต้นทุนการผลิตเครื่องละเกือบ 1 ล้านบาท 

หน้า 25 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,564 วันที่ 9 - 11 เมษายน 2563

สจล.ร่วมพัฒนานวัตกรรม