thansettakij
thansettakij
นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

07 ก.พ. 63 | 09:49 น.

“ฟิทช์”ชี้คลื่น 2.6GHz ค่ายมือถือรุมทึ้ง

  บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ 5G ในประเทศไทยที่จะมีการจัดขึ้นในเร็วๆนี้ น่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะทางการเงินของผู้ประกอบการที่ชนะประมูล ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 โดยผู้ชนะการประมูลจะมีค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความคล่องตัวทางการเงินลดลงในช่วงที่มีภาระการลงทุนที่สูงขึ้น

 

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

          สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จะทำการจัดประมูลคลื่นย่านความถี่ต่ำ 700MHz จำนวน 2x15MHz, คลื่นย่านความถี่กลางได้แก่ คลื่น 1.8GHz จำนวน 2x35MHz คลื่น 2.6GHz จำนวน 190MHz  และคลื่นย่านความถี่สูง 26GHz จำนวน 2700MHz ผู้เข้าร่วมประมูลทั้ง 5 รายประกอบด้วยผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ ได้แก่  เอไอเอส,ทรู,ดีแทค,ทีโอที และ แคท

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

    คาดว่าผู้ประกอบการน่าจะให้ความสนใจในการประมูลคลื่น 2.6GHz ซึ่งเป็นคลื่นที่ให้ประโยชน์สูงสุดในการให้บริการ 5G ทั้งในด้านความครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน (Coverage) และเพิ่มปริมาณการใช้งาน (Capacity) ของโครงข่าย อ้างอิงจาก GSM Association การให้บริการโครงข่าย 5G ของผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องใช้คลื่นย่านความถี่กลางที่ต่อเนื่องจำนวนอย่างต่ำ 80MHz-100MHz เพื่อให้บริการ 5G อย่างมีประสิทธิภาพ คลื่นย่านความถี่กลาง (2.6GHz)

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

จำนวน 190MHz ที่นำมาประมูลครั้งนี้ ไม่น่าจะเพียงพอต่อความต้องการของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประมูลทุกราย ถึงแม้ว่ายังมีคลื่นย่านความถี่กลาง 3.5GHz ที่สามารถนำออกมาประมูลสำหรับการให้บริการ 5G ในอนาคต แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนว่าคลื่นความถี่ดังกล่าวจะสามารถนำมาประมูลได้เมื่อไหร่ เนื่องจากคลื่นความถี่ดังกล่าวยังถูกใช้ในกิจการสื่อสารผ่านดาวเทียมในประเทศไทยอยู่

 

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

 

  ฟิทช์คาดว่า  เอไอเอส ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศ น่าจะสามารถรองรับการลงทุนคลื่นความถี่ 5G และการลงทุนด้านโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การชำระเงินค่าคลื่นความถี่ซึ่งสามารถชำระเป็นงวดภายใน 10 ปี น่าจะช่วยลดผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทในระยะสั้น เอไอเอส มีความสามารถในการรองรับหนี้สินเพิ่มเติมโดยไม่กระทบต่ออันดับเครดิต (Rating Headroom) ในระดับปานกลาง โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO-adjusted net leverage) ของ เอไอเอส อยู่ที่ 1.4 เท่า ณ สิ้นปี 2562 ซึ่งต่ำกว่า ระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ที่ 2.0 เท่า

นักวิเคราะห์ชี้ประมูล5G แข่งขันสูง

 

        หาก ดีแทค ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับที่ 3 ของประเทศ ชนะการประมูล อาจทำให้อัตราการลดลงของอัตราส่วนหนี้สินของ ดีแทค ช้ากว่าที่คาดเนื่องจากค่าใช้จ่ายสำหรับค่าคลื่นความถี่ 5G และการลงทุนเพิ่มเติม  ดีแทค มีสถานะทางการเงินที่ตึงตัวเมื่อเทียบกับอันดับเครดิตปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนในแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็นลบ   

     โดย ณ สิ้นปี 2562 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิของ  ดีแทค อยู่ที่ 2.8 เท่า ซึ่งสูงกว่าระดับ 2.5 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ฟิทช์อาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิต อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิดังกล่าวจะปรับตัวลดลงต่ำกว่า 2.5 เท่าในช่วง 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากกำไรที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น