เอกชนหวังรัฐบาลปรับโครงสร้างค่าไฟตาม MOU มุ่งสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

31 พฤษภาคม 2566

เอกชนหวังรัฐบาลปรับโครงสร้างค่าไฟตาม MOU มุ่งสิ่งแวดล้อมยั่งยืน พร้อมการส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ประเทศ ยกระดับผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ

นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ภายใต้หัวข้อ “ภาคอุตสาหกรรมคิดอย่างไรต่อ MOU พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล” พบว่า ผลสำรวจฯ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการในเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชนและสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ตามที่ระบุใน MOU โดยเร็ว ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมได้มีการเรียกร้องมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่า นอกจากข้อตกลงร่วมทั้ง 23 ข้อ ภายใต้ MOU ที่ได้ลงนามไปแล้ว ยังมีเรื่องสำคัญที่รัฐบาลใหม่ควรให้ความสำคัญและดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ประเทศ ,การยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ ,การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เป็นต้น 

โดยมีการกำหนดให้การปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และการขออนุญาตภาครัฐ ให้มีความสะดวก โปร่งใส เทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นเป้าหมายลำดับแรกๆ ในการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในทุกมิติ

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 252 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด มีสรุปผลการสำรวจ FTI Poll จำนวน 3 คำถาม ดังนี้

ภาคอุตสาหกรรมต้องการให้เร่งดำเนินการตามข้อตกลงร่วมใน MOU ของพรรคร่วมรัฐบาล ในเรื่องใด (Multiple choices)

  • ปรับปรุงโครงสร้างการผลิตไฟฟ้า การคำนวณราคา และกำลังการผลิตที่เหมาะสม เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน และสร้างความมั่นคงทางพลังงาน 75.8%      
  • แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยการสร้างระบบและวัฒนธรรมรัฐโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลรัฐในทุกหน่วยงาน 71.4%                    
  • ร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยยึดหลักเพิ่มรายได้ประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเป็นธรรม 65.9%                
  • ยกเครื่องกฎหมายเกี่ยวกับการทำมาหากิน และการดำรงชีวิตของประชาชน เช่น ตัด ลด หรือพักใช้ชั่วคราวซึ่งใบอนุมัติอนุญาตที่ไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคเพื่อ ปรับปรุงใหม่ ให้ความช่วยเหลือสภาพคล่องทางด้านการเงินและสร้างแต้มต่อให้กับ SME 57.5%
  • ปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต 54%

เรื่องที่ภาคอุตสาหกรรมอยากให้เพิ่มเติมจากข้อตกลงร่วมใน MOU พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้ลงนามไปแล้ว (Multiple choices)

  • ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต 67.9%
  • ยกระดับให้ผลิตภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงาน สร้างความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง และมุ่งเน้นการสร้าง การพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของอุตสาหกรรม 58.7%
  • การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เช่น การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย มลพิษทางอากาศ การจัดการขยะครบวงจร เป็นต้น 58.7%
  • พัฒนาและยกระดับระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง และ Logistic ของประเทศ สร้างระบบ Multimodal Transport รวมทั้งมีการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน 56.7%

ภาคอุตสาหกรรมอยากให้พรรคร่วมรัฐบาลนำเรื่องใดมากำหนดเป็นเป้าหมายการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ (Multiple choices)

  • ปฏิรูปกฎหมาย กฎระเบียบ และการขออนุญาตภาครัฐ ให้มีความสะดวก โปร่งใส เทียบเคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว 72.6%
  • ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และลดระดับหนี้ครัวเรือนให้ลดลงไปอยู่ในระดับที่ยั่งยืน (ต่ำกว่า 80% ของ GDP)    52.4%
  • แก้ไขปัญหาแรงงาน และเร่งเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Labor Productivity) 47.6% 
  • เพิ่มสัดส่วนงบประมาณลงทุนของภาครัฐให้เพิ่มขึ้นและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง 45.6%

เอกชนหวังรัฐบาลปรับโครงสร้างค่าไฟตาม MOU  มุ่งสิ่งแวดล้อมยั่งยืน