

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ.ได้กำหนดกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มมูลค่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Drive Value) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonize) และการเติบโตในธุรกิจใหม่ (Diversify)
มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) (Net Zero Greenhouse Gas Emissions by 2050)ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 ที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ ผ่านแนวคิด “EP Net Zero 2050” และได้กำหนดเป้าหมายระหว่างทางในการลดปริมาณความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ไม่น้อยกว่า 30 % ภายในปี 2573 และ 50 % ภายในปี 2583 จากปีฐาน 2563
การให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในรายงานของบริษัทระบุจะเน้นการดำเนินงานไปที่การรุกสู่ธุรกิจใหม่ โดยได้สำรองงบช่วง 5 ปี (2566-2570) ไว้กว่า 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 1.63 แสนล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจใหม่ เช่น การพัฒนาธุรกิจไฟฟ้าผ่านโครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS Initiative) การดักจับคาร์บอนและการใช้ประโยชน์(CCU) การศึกษาธุรกิจไฮโดรเจนสะอาด การต่อยอดเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่ไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ และธุรกิจอื่น ๆ
ทั้งนี้ ในปี 2566 ปตท.สผ.ได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนในการดำเนินกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแผนงานไว้ราว 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 1.8 พันล้านบาท จากรายจ่ายที่จัดสรรไว้ 5,481 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปี 2565 ใช้เงินอยู่ราว 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในการบริหาริจัดการก๊าซเรือนกระจกผ่านการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ
สำหรับการสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่ ได้ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิสัดส่วนอยู่ที่ 20 % ของกำไรสุทธิรวมของ ปตท.สผ. ภายในปี 2573 ซึ่งมีความคืบหน้าเป็นลำดับ โดยโครงการศึกษาและพัฒนาโครงการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนำไปกักเก็บ (CCS) นำร่องที่โครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบด้านวิศวกรรม(FEED) คาดว่าจะสามารถเริ่มใช้เทคโนโลยี CCS ได้ในปี 2569 ซึ่งจะช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 7 แสน-1 ล้านตันต่อปี ใช้เงินลงทุนไม่ตํ่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท
ขณะที่โครงการ(Carbon Capture and Utilization–CCU) มีโครงการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารไซคลิกคาร์บอเนต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงในตลาด เป็นส่วนประกอบในการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมอยู่ระหว่างก่อสร้างหน่วยผลิตในระดับต้นแบบ คาดว่าการทดสอบแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2566 ซึ่งในทุกการผลิต 2 แสน ตันของไซคลิกคาร์บอเนต จะมีส่วนช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1.05 แสนไร่
รวมถึงโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการบ่มเพื่อกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในปะการังเทียม ที่จะเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนฯเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินปูน (CaCO3) สะสมไว้ในวัสดุคอนกรีตหรือปะการังเทียม ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาและวิจัย ซึ่งจากการศึกษาพบว่า หากมีการผลักดันให้เกิดการใช้งานอยู่ที่ 1 แสน- 3 แสน แท่ง จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีได้ 2,800 ถึง 8,400 ตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ ประมาณ 2,900-8,800ไร่
ส่วนโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตกรีนอีเมทานอล ที่ร่วมกับ 5 บริษัทนานาชาติชั้นนำ โดยนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงของเรือนเดินสมุทรนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อจัดตั้งโรงงานต้นแบบที่มีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 5 หมื่นตันต่อปี ในประเทศสิงคโปร์
คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในปี 2566 หากผลการศึกษาประสบความสำเร็จจะนำไปสู่การลงทุนก่อสร้างโรงงานต้นแบบแห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยบริษัทเดินเรือสมุทร บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization-IMO) ในปี 2573 และ 2593 ได้
อีกทั้ง โครงการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนแสงอาทิตย์ เอส 1 (S1 Solar Power) ในพื้นที่แหล่งนํ้ามันสิริกิติ์ มีกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างก่อสร้างคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในช่วงกลางปี 2566 ซึ่งจะช่วยทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าได้ราว 9 % ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของโครงการ หรือทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติได้ราว 0.4 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมตลอดอายุสัมปทานได้ 9.4 หมื่นตันคาร์บอนไดออไซด์ หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 9.8 หมื่นไร่
นอกจากนี้ ปตท.สผ.มีแผนดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offsetting) อย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการปลูกป่า ทั้งป่าบกและป่าชายเลน โดยมีเป้าหมายในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกสะสมกว่า 2 ล้านตัน ในปี 2593 และการดูดซับคาร์บอนโดยมหาสมุทร (Blue Carbon) ภายใต้โครงการ ทะเลเพื่อชีวติ (Ocean for Life)
โดยเฉพาะการดำเนินงานภายใต้ Blue Carbon เช่น โครงการปลูกป่าชายเลน ปตท.สผ. ตั้งเป้าหมายในการปลูกป่าชายเลนจำนวน 45,000 ไร่ ภายในปี 2573 โดยคาดการณ์ว่าจะช่วยดูดซับคาร์บอนฯได้ประมาณ 1.1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ ในปี 2593 ซึ่งในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับอนุมัติพื้นที่ปลูกป่าชายเลนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) แล้ว จำนวน 4,007.15 ไร่ จากปี 2564 ดำเนินการปลูกแล้ว 1,000 ไร่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง