ปตท.สผ.สำรองงบ 5 ปี อัด 1.6 แสนล้าน ลุย Net Zero

13 ธันวาคม 2565

ปตท.สผ. เดินหน้าลงทุน 5 ปี 1 ล้านล้านบาท มุ่งสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม พร้อมสำรองงบอีก 1.66 แสนล้านบาท ลุยธุรกิจสู่ Net Zero พัฒนาโครงการต่าง ๆ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลงทุนในธุรกิจใหม่กักเก็บคาร์บอนฯ

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า จากความท้าทายของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน และความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ปตท.สผ. ได้ปรับแผนกลยุทธ์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการดำเนินงาน 3 ด้าน (Pillar) ได้แก่ การขับเคลื่อนและเพิ่มมูลค่าธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Drive Value) ทั้งการเพิ่มปริมาณการผลิตจากโครงการในประเทศไทย เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ และเร่งรัดการพัฒนาโครงการหลัก ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง

ปตท.สผ.สำรองงบ 5 ปี อัด 1.6 แสนล้าน ลุย Net Zero

 

ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonize) ที่มีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 (Net Zero Greenhouse Gas Emissions by 2050) ครอบคลุม Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง และ Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และยังได้กำหนดเป้าหมายเพื่อลดปริมาณความเข้ม (Intensity) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ไม่น้อยกว่า 30% ภายในปี 2573 และ 50 % ภายในปี 2583 (จากปีฐาน 2563)

 

การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ปตท.สผ.ได้สำรองงบประมาณในการขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจใหม่ ในช่วง 5 ปี (2566-2570) ไว้ประมาณ 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 166,052 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนด้านการศึกษาและพัฒนาธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture & Storage หรือ CCS) ธุรกิจการดักจับคาร์บอนและการใช้ประโยชน์ (Carbon Capture and Utilization หรือ CCU) การศึกษาธุรกิจไฮโดรเจนสะอาด การต่อยอดเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่ไปสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ และธุรกิจอื่น ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน

รวมถึงการดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offsetting) ผ่านโครงการปลูกป่าบก และป่าชายเลน ที่มีเป้าหมายในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกสะสมกว่า 2 ล้านตันในปี 2593 ตลอดจนการดำเนินโครงการตามกลยุทธ์ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเล ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพสูง

 

ทั้งนี้ งบดังกล่าว เป็นงบที่อยู่นอกเหนือจากงบการลงทุนที่ได้จัดสรรไว้ช่วง 5 ปี ( 2566-2570) รวม 29,00 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1,006,676 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายลงทุน 18,123 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายจ่ายดำเนินงาน 10,977 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 

นายมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนปี 2566 ได้จัดสรรงบลงทุนไว้ที่ 5,481 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 191,818 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายจ่ายลงทุนจำนวน 3,152 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ110,296 ล้านบาท และรายจ่ายดำเนินงาน จำนวน 2,329 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 81,522 ล้านบาท เพื่อรองรับแผนการดำเนินงาน ได้แก่ การเพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียม รวมถึงเร่งกิจกรรมสำรวจ พัฒนาและผลิตเพิ่มเติมจากโครงการผลิตหลักที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศไทย ได้แก่ โครงการจี 1/61 (แหล่งเอราวัณ, ปลาทอง, สตูล และฟูนาน) โครงการจี 2/61 (แหล่งบงกช) โครงการอาทิตย์ โครงการคอนแทร็ค 4 โครงการเอส 1 และโครงการผลิตในประเทศมาเลเซีย โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุน จำนวน 2,655 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 92,925 ล้านบาท

 

การดำเนินกิจกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการผลิตต่าง ๆ ตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593 อาทิ โครงการ CCS การใช้พลังงานหมุนเวียน การติดตั้งอุปกรณ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการดำเนินการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น โดยจัดสรรรายจ่ายลงทุนในส่วนนี้ จำนวน 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,855 ล้านบาท

 

การเร่งผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โครงการมาเลเซีย เอสเค 410 บี และโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 ให้สามารถเริ่มการผลิตได้ตามแผน โดยบริษัทได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 322 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 11,270 ล้านบาท

 

การเร่งดำเนินการสำรวจในโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยได้จัดสรรรายจ่ายลงทุนจำนวน 193 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6,755 ล้านบาท สำหรับการศึกษาทางธรณีวิทยาและการเจาะหลุมสำรวจและหลุมประเมินผลของโครงการในประเทศไทย มาเลเซีย และโอมาน

 

“การจัดสรรงบประมาณดังกล่าว เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมถึงการดำเนินงานที่มุ่งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในอนาคต และยังเตรียมงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ที่กำลังมองโอกาสการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจใหม่ให้มากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาวต่อไป