

KEY
POINTS
ตุรกีเตรียมเป็นเจ้าภาพ COP31 ท่ามกลางปัญหาการปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบขยะ โดยข้อมูลดาวเทียมพบแหล่งปล่อยขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณใกล้อิสตันบูล แม้มีระบบรวบรวมก๊าซเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า ขณะที่ภาคขยะของตุรกีปล่อยมีเทนเพิ่มขึ้นเกือบ 25% ในช่วง 10 ปี และยังไม่ได้เข้าร่วมคำมั่นลดการปล่อยมีเทนระดับโลก
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า ในพื้นที่ชนบททางตะวันตกของนครอิสตันบูล รถบรรทุกจอดเรียงแถวเพื่อนำขยะครัวเรือนแบบผสมจากเมืองที่มีประชากร 16 ล้านคนไปทิ้งบนพื้นที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยขยะซึ่งกำลังย่อยสลาย โดยมีการรวบรวมก๊าซจากหลุมฝังกลบเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าใกล้เคียง
อย่างไรก็ตาม เหนือขึ้นไปจากฝูงนกนางนวลที่บินวนอยู่เหนือกองขยะ ดาวเทียมตรวจพบสิ่งที่โรงไฟฟ้าไม่สามารถรวบรวมได้ นั่นคือก๊าซมีเทนที่รั่วไหลออกมาในปริมาณที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้ติดอันดับแหล่งปล่อยก๊าซจากหลุมฝังกลบขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้
ทั้งนี้ ตุรกีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP31 ที่เมืองอันตัลยา ระหว่างวันที่ 9-20 พฤศจิกายน และกำหนดให้การลดการปล่อยก๊าซมีเทนเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศครั้งนี้
สำหรับก๊าซมีเทนเป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรองจากคาร์บอนไดออกไซด์ และมีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 80 เท่า ในช่วง 20 ปีแรกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซมีเทนอย่างรวดเร็วจึงสามารถช่วยชะลอภาวะโลกร้อนได้ในระยะเวลาไม่นานนัก
สำหรับภาคการจัดการขยะของตุรกีสะท้อนให้เห็นทั้งศักยภาพและความยากลำบากในการลดการปล่อยก๊าซอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก Climate TRACE องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบุว่า ตุรกีเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซมีเทนจากขยะมูลฝอยมากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากจีน สหรัฐฯ รัสเซีย และบราซิล
การวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ตรวจพบกลุ่มก๊าซมีเทนที่พวยพุ่งออกมา จำนวน 70 กลุ่ม จากแหล่งกำจัดขยะ 10 แห่งที่ปล่อยก๊าซสูงที่สุดของตุรกี โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซที่ตรวจพบเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 841 กิโลกรัม ถึง 7.4 เมตริกตันต่อชั่วโมง ในจำนวนนี้มี 3 แห่งอยู่บริเวณรอบนครอิสตันบูล ส่วนที่เหลืออยู่ใกล้กรุงอังการา เมืองอิซเมียร์ และเมืองอันตัลยา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุม COP31
ระบบรวบรวมก๊าซมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในหลุมฝังกลบขยะของเทศบาลขนาดใหญ่ในตุรกี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การมีระบบรวบรวมก๊าซเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยป้องกันการปล่อยก๊าซปริมาณมากออกสู่บรรยากาศ
การวิเคราะห์ของ UCLA ใช้ข้อมูลสาธารณะจากดาวเทียม Tanager-1 ของ Carbon Mapper ในช่วงเดือนมกราคม 2568 ถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ผลการวิเคราะห์พบว่า หลุมฝังกลบทางตะวันตกของนครอิสตันบูล ใกล้เมืองเซย์เมน มีอัตราการปล่อยก๊าซที่ตรวจพบเฉลี่ยประมาณ 7.4 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่าแหล่งปล่อยก๊าซจากหลุมฝังกลบที่มีการปล่อยสูงที่สุดในบัญชีรายชื่อระดับโลกประจำปี 2568 เพียงเล็กน้อย สิ่งที่โดดเด่นคือปริมาณการปล่อยก๊าซที่สูงมาก และยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมของตุรกีชี้แจงตอบข้อซักถามว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง จึงไม่สามารถนำมาใช้วัดปริมาณการปล่อยก๊าซรายปีจากหลุมฝังกลบเซย์เมนได้
กระทรวงฯ ระบุว่า โครงการ Zero Waste Initiative ของตุรกี ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาลที่ส่งเสริมการรีไซเคิล มีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบ และช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทน พร้อมระบุว่า อัตราการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 37.53% ในปี 2568 จาก 13% ในปี 2560
ที่หลุมฝังกลบเซย์เมน ผู้ให้บริการจัดการขยะของเทศบาลอย่าง ISTAC ทำหน้าที่รวบรวมก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายของวัสดุอินทรีย์ที่ถูกฝังกลบ ขณะที่บริษัทพลังงานแห่งหนึ่งนำก๊าซดังกล่าวไปเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าซึ่งเปิดดำเนินการในปี 2563
รายงานปี 2568 ของเว็บไซต์ข่าวพลังงาน Enerji Gunlugu ระบุว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 22,000 เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อเดือน ขณะที่กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า ISTAC ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการรวบรวมก๊าซมีเทนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม อัยเซน เออร์ดินชเลอร์ (Aysen Erdincler) เจ้าหน้าที่ของ ISTAC โต้แย้งว่าผลการตรวจวัดจากดาวเทียมสามารถสะท้อนปริมาณการปล่อยก๊าซของหลุมฝังกลบได้จริงหรือไม่ โดยระบุว่า โดยทั่วไปปริมาณการปล่อยก๊าซจะอยู่ระหว่าง 4-6 ตันต่อชั่วโมง ขณะที่การตรวจวัดจากดาวเทียมในวันหนึ่งพบปริมาณสูงถึง 12 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งทำให้ค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น
ฟาติห์ อูกูร์ (Fatih Ugur) หัวหน้า ISTAC กล่าวว่า ในวันที่มีการตรวจวัดดังกล่าว พื้นที่หลุมฝังกลบประมาณ 30 เฮกตาร์ยังไม่ได้ปิดคลุม เนื่องจากมีการดำเนินงานเกี่ยวกับท่อรวบรวมก๊าซมีเทน และความกดอากาศต่ำก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความเข้มข้นของก๊าซมีเทนสูงขึ้น
ข้อมูลจาก ISTAC ระบุว่า หลุมฝังกลบเซย์เมนรับขยะครัวเรือนประมาณ 8,500 ตันต่อวัน จากปริมาณขยะทั้งหมดเฉลี่ย 20,000 ตันต่อวันที่เกิดขึ้นในนครอิสตันบูล
นักวิจัยยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าระบบดังกล่าวรวบรวมก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบได้มากน้อยเพียงใด แต่เออร์ดินชเลอร์ระบุว่า โดยปกติแล้วก๊าซมีเทนที่รั่วไหลจากพื้นที่แห่งนี้อยู่ที่ประมาณ 25%
ข้อมูลจากธนาคารโลก ซึ่งอ้างอิงฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซ EDGAR ของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า การปล่อยก๊าซมีเทนจากภาคขยะของตุรกีเพิ่มขึ้นเกือบ 25% ในช่วง 10 ปีจนถึงปี 2567 เมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 6.5% ของการปล่อยก๊าซมีเทนทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่การปล่อยก๊าซจากภาคขยะของตุรกียังคงอยู่ที่ประมาณ 21 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นับตั้งแต่ปี 2563
ในปี 2564 มีการเปิดตัว คำมั่นสัญญาระดับโลกด้านมีเทน (Global Methane Pledge: GMP) ในการประชุม COP26 โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซมีเทนโดยรวมลง 30% จากระดับปี 2563 ภายในปี 2573 ต่อมามีประเทศมากกว่า 30 ประเทศให้การสนับสนุนการกำหนดเป้าหมายระดับชาติ แต่ตุรกีไม่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมคำมั่นสัญญาดังกล่าว