

KEY
POINTS
การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างความท้าทายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมากขึ้น หลังจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการระบายความร้อนของระบบประมวลผล
รายงานของ S&P Global Sustainable ระบุว่า ปัจจุบัน 43% ของ Data Center ทั่วโลกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ (High Water Stress) ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันในการใช้น้ำระหว่างภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาคเกษตรทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต
เมื่อพิจารณาเป็นรายประเทศ พบว่า จีนมีสัดส่วน Data Center ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำสูงถึง 60% ขณะที่ สหรัฐฯ อยู่ที่ 38% สะท้อนว่าศูนย์ข้อมูลจำนวนมากของทั้งสองประเทศตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เผชิญข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำอยู่แล้ว
รายงานยังระบุว่า ความต้องการใช้น้ำของ Data Center มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของ AI โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ (Water Cooling) ที่ถูกนำมาใช้เพื่อรองรับชิปประมวลผลสมรรถนะสูง ซึ่งสร้างภาระต่อแหล่งน้ำในหลายพื้นที่
สำหรับสหรัฐฯ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียประเมินว่า การใช้น้ำของ Data Center อาจเพิ่มจาก 70 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2566 เป็น 150 ล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2571 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า หากการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานยังขยายตัวต่อเนื่อง
S&P Global มองว่า ประเด็นดังกล่าวกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความท้าทายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรม Data Center เนื่องจากผู้ประกอบการต้องรับมือทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำควบคู่กันไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านน้ำอยู่แล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง