thansettakij
thansettakij
ประเทศไทยจะได้อะไร หากก้าวสู่ AI Data Center Hub ของอาเซียน?

ประเทศไทยจะได้อะไร หากก้าวสู่ AI Data Center Hub ของอาเซียน?

19 ก.ค. 69 | 02:12 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 69 | 02:17 น.

ประเทศไทยจะได้อะไรจากการเป็น AI Data Center Hub ของอาเซียน? รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ รองคณบดี CIIM–KMITL วิเคราะห์โอกาสด้านการลงทุน การยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ความท้าทายด้านพลังงาน น้ำ และแนวทางสู่ Green AI Infrastructure Hub อย่างยั่งยืน

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ Cloud และ AI ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น AWS, Google, Microsoft, TikTok หรือผู้ให้บริการ Data Center ระดับ Hyperscale อีกหลายราย

คำถามที่สังคมเริ่มตั้งขึ้นคือ ประเทศไทยควรเดินหน้าสู่การเป็น AI Data Center Hub หรือไม่

คำตอบของผู้เขียนคือ ควร แต่ต้องเติบโตอย่างมีแผน เพราะ Data Center ไม่ได้มีเพียงโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังมาพร้อมกับความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการบริหารทรัพยากรของประเทศ

องศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ รองคณบดี วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (CIIM–KMITL)

โอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับ

1. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)

Data Center เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนตั้งแต่หลายหมื่นล้านจนถึงหลักแสนล้านบาทต่อโครงการ

นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว ยังสร้างความต้องการต่อธุรกิจในประเทศ เช่น งานก่อสร้าง วิศวกรรม ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น โทรคมนาคม และบริการดิจิทัล ซึ่งก่อให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

2. ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล

ในอดีต ประเทศที่มีท่าเรือสำคัญมักเป็นศูนย์กลางการค้าโลก

ปัจจุบัน ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center และ Cloud ที่แข็งแกร่ง กำลังกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล

หากประเทศไทยสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็น Digital Gateway และ AI Hub ของอาเซียน รองรับตลาดกว่า 700 ล้านคน

3. ยกระดับอุตสาหกรรมและกำลังคน

การมี AI Data Center จะกระตุ้นความต้องการบุคลากรด้าน AI, Cloud Computing, Cybersecurity, Data Engineering, Electrical Engineering, Mechanical Engineering และ Digital Infrastructure

นอกจากนี้ ยังเป็นแรงผลักดันให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

4. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่พร้อม ประเทศไทยจะสามารถดึงดูดอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น AI, Robotics, Semiconductor, FinTech, Biotechnology และ Digital Manufacturing ซึ่งล้วนต้องอาศัย Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก

กล่าวได้ว่า Data Center ไม่ใช่ปลายทางของการลงทุน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่

ภาพประกอบข่าว Data Center

ความท้าทายที่ต้องเตรียมรับ

แม้โอกาสจะมีมาก แต่ Data Center ก็ใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล

1. ความต้องการไฟฟ้า

AI Data Center ขนาด 200–500 เมกะวัตต์ สามารถใช้ไฟฟ้าได้เทียบเท่ากับจังหวัดขนาดกลางหนึ่งจังหวัด

หากมีการลงทุนหลายแห่งพร้อมกัน ระบบผลิตไฟฟ้า สายส่ง และสถานีไฟฟ้าย่อย จำเป็นต้องได้รับการวางแผนล่วงหน้า

2. การใช้น้ำ

Data Center ขนาดใหญ่ต้องใช้น้ำสำหรับระบบทำความเย็น โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อน

หากไม่มีมาตรการด้าน Water Recycling, Blowdown Recovery, HVAC Condensate Recovery หรือเทคโนโลยีระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง อาจส่งผลต่อทรัพยากรน้ำในพื้นที่

3. ผลกระทบต่อชุมชน

หลายประเทศเริ่มเผชิญข้อกังวลจากประชาชนเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ การใช้ที่ดิน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

กรณีของบางรัฐในสหรัฐอเมริกา เช่น นิวยอร์ก มีการชะลอการพัฒนา Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อประเมินผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม และชุมชนอย่างรอบด้าน

บทเรียนนี้สะท้อนว่า การเติบโตของ Data Center ต้องดำเนินควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและการประเมินผลกระทบอย่างโปร่งใส

ประเทศไทยควรเดินอย่างไร

หากประเทศไทยต้องการเป็น AI Data Center Hub อย่างยั่งยืน ผู้เขียนเห็นว่าควรดำเนินการใน 5 ด้านควบคู่กัน

1. พัฒนาไฟฟ้าสะอาดและระบบไฟฟ้าให้เพียงพอ

เร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) Smart Grid และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า

2. ส่งเสริม Green Data Center

กำหนดมาตรฐานด้าน PUE, WUE, Carbon Intensity รวมถึงสนับสนุนการใช้น้ำหมุนเวียนและเทคโนโลยีระบายความร้อนประสิทธิภาพสูง

3. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่

สนับสนุน Direct PPA, District Cooling, LNG Cold Energy, ระบบสายส่ง และโครงข่ายไฟฟ้ารองรับโหลดขนาดใหญ่

4. พัฒนากำลังคน

ผลิตบุคลากรด้าน AI, Cloud, Data Center Engineering และ Cybersecurity ให้เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม

5. สร้างกติกาที่สมดุล

การดึงดูดการลงทุนควรมาพร้อมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม การใช้น้ำ การใช้พลังงาน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การเติบโตเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน

โอกาสที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม

ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบหลายประการ ทั้งทำเลที่ตั้ง ระบบโทรคมนาคม โครงข่ายไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน LNG และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

หากสามารถเชื่อมโยง Data Center, พลังงานสะอาด, LNG Cold Energy, District Cooling, Smart Grid และ AI Infrastructure เข้าด้วยกัน ประเทศไทยอาจไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลาง Data Center ของอาเซียน แต่สามารถก้าวสู่ Green AI Infrastructure Hub ของภูมิภาคได้

ภาพประกอบข่าว Data Center

การเป็น AI Data Center Hub ไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง แต่เป็น “เครื่องมือ” ในการยกระดับเศรษฐกิจไทยสู่ยุค AI Economy

หากบริหารจัดการได้ดี ประเทศไทยจะได้รับทั้งการลงทุน การจ้างงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน

แต่หากขาดการวางแผน โอกาสเหล่านี้ก็อาจกลายเป็นภาระด้านพลังงาน น้ำ และสิ่งแวดล้อม

ความท้าทายของประเทศไทยจึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง “รับ” หรือ “ไม่รับ” Data Center แต่คือการออกแบบระบบพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายที่ทำให้การเติบโตของ Data Center เป็นประโยชน์ต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประเทศที่ชนะในยุค AI จะไม่ใช่ประเทศที่มี Data Center มากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถเติบโตด้วย Data Center ได้อย่างยั่งยืน.