thansettakij
thansettakij
ร่าง PDP ใหม่ บรรจุ SMR 2.4 พันMWป้อนพลังงานสะอาด รับ Data Center สู่ Net Zero

ร่าง PDP ใหม่ บรรจุ SMR 2.4 พันMWป้อนพลังงานสะอาด รับ Data Center สู่ Net Zero

02 พ.ค. 69 | 10:09 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 69 | 10:16 น.

กกพ. เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพลังงาน ไปสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเต็มตัว คลอดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว UGT 2 แบบเจาะจงที่มา ค่าไฟฟ้าขายปลีกอยู่ที่ 3.39-3.75 บาทต่อหน่วย ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานสะอาด ของภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มุ่งสู่เป้าหมายใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าประเทศ

KEY

POINTS

  • แผนการจัดหาพลังงานสะอาดมีเป้าหมายเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคและดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero)
  • กกพ. ได้ประกาศใช้อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา (UGT 2) เพื่อเป็นกลไกให้ผู้ประกอบการเข้าถึงพลังงานสะอาด 100% จากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่
  • อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวดังกล่าวออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านสัญญาระยะยาว 10 ปี เพื่อรับประกันความมั่นคงของราคาและแหล่งที่มาของพลังงาน

 

 

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการพลังงาน เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ได้ประกาศอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว หรือ Utility Green Tariff ในรูปแบบที่เจาะจงแหล่งที่มา หรือ UGT 2 ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero )การประกาศในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการกำหนดราคาต้นทุนไฟฟ้าที่ชัดเจนสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่บอกให้โลกรู้ว่าประเทศไทยพร้อมแล้ว สำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ

 

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า อัตราค่าบริการ UGT 2 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป เป็นอัตราค่าบริการที่ครอบคลุมทั้งในระดับขายส่งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะขายให้กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รวมถึงอัตราในระดับขายปลีกที่ผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้จริง

สำหรับโครงสร้างราคาไฟฟ้ามีเขียวนี้ จะมาจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม โดยแบ่งพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ Portfolio A จำนวน 2,116 เมกะวัตต์ และ Portfolio B จำนวน 2,664 เมกะวัตต์ มีเงื่อนไขสัญญาผูกพันถึง 10 ปี เพื่อประกันความมั่นคงในการเข้าถึงพลังงานสีเขียวให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีโครงสร้างราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามต้นทุนการจัดหา จากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังานลม โดยอัตราค่าบริการ UGT 2 ในระดับสายส่ง สำหรับ Portfolio A จะอยู่ที่ 3.3785 บาทต่อหน่วย และ Portfolio B จะอยู่ที่ 3.4574 บาทต่อหน่วย ที่มาจากต้นทุนต่างๆ

อาทิ ต้นทุนค่าจัดหาไฟฟ้าพร้อมใบรับรอง REC จากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในแต่ละพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งรวมความสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้าไว้แล้ว โดยใน Portfolio A กำหนดไว้ที่ 2.6137 บาทต่อหน่วย และ Portfolio B อยู่ที่ 2.6372 บาทต่อหน่วย ค่าบริการระบบส่งไฟฟ้า อยู่ที่ 0.2385 บาทต่อหน่วย ค่าบริการจัดการในระดับขายส่ง 0.0158 บาทต่อหน่วย และค่าใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐในระดับขายส่ง 0.0852 บาทต่อหน่วย เป็นต้น

ค่าไฟฟ้าสีเขียว

ขณะที่อัตราค่าบริการ UGT 2 ในระดับขายปลีก ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมต้องจ่ายจริง ราคาจะมีการผันแปรตามระดับแรงดันไฟฟ้า เพื่อให้สะท้อนต้นทุนการส่งและจ่ายไฟฟ้าที่แท้จริง โดยแบ่งเป็นสามระดับ ได้แก่ แรงดันสูง (HV) ตั้งแต่ 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป แรงดันกลาง (MV) ตั้งแต่ 12-33 กิโลโวลต์ และแรงดันตํ่า (LV) ที่ตํ่ากว่า 12 หรือ 22 กิโลโวลต์

 สำหรับ Portfolio A อัตราค่าบริการระดับแรงดันสูงจะอยู่ที่ 3.3974 บาทต่อหน่วย แรงดันกลางอยู่ที่ 3.5028 บาทต่อหน่วย และแรงดันตํ่าอยู่ที่ 3.6663 บาทต่อหน่วย ในส่วนของ Portfolio B ซึ่งมีต้นทุนการจัดหาสูงกว่าเล็กน้อย อัตราค่าบริการระดับแรงดันสูงอยู่ที่ 3.4768 บาทต่อหน่วย แรงดันกลางอยู่ที่ 3.5846 บาทต่อหน่วย และระดับแรงดันตํ่าที่ 3.7520 บาทต่อหน่วย ซึ่งอัตราดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับ UGT 2 จะแตกต่างจาก UGT 1 หรือไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา โดย UGT 1 จะเป็นการใช้พลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่เดิมในระบบ (จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 7 แห่งของ กฟผ.) มีปริมาณรองรับ 1,135 เมกะวัตต์ ภายใต้สัญญาแบบรายปีในอัตราค่าไฟฟ้าปกติบวกค่าพรีเมียมของปี 2569 อยู่ที่ 0.0375 บาทต่อหน่วย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว สัญญาสั้น และเริ่มใช้ได้ทันทีจากทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นทางเลือกสำหรับธุรกิจที่ต้องการใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) เพื่อตอบโจทย์มาตรฐานความยั่งยืนพื้นฐาน โดยไม่ต้องรอการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่

ขณะที่ UGT 2 จะเป็นรูปแบบเจาะจงแหล่งที่มา (Portfolio Based) ที่มีระยะสัญญายาว 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่าไฟฟ้าที่ใช้มาจากแหล่งผลิตใหม่ที่ระบุได้ชัดเจน (เช่น Solar, Solar+BESS หรือ Wind) ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์ RE100 ที่เข้มงวดกว่า เหมาะสำหรับบริษัทข้ามชาติหรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนใหม่ (Additionality) และต้องการความมั่นคงของราคาและแหล่งที่มาในระยะยาว ซึ่งการมีทั้ง UGT1 และ UGT2 จะช่วยให้โครงสร้างไฟฟ้าสีเขียวของไทยมีความยืดหยุ่นและครอบคลุมความต้องการที่หลากหลาย

“การเร่งผลักดัน UGT 2 จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวที่มีใบรับรอง REC แบบเจาะจงแหล่งที่มา ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยสามารถพิสูจน์ถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดภาระทางภาษีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (FDI) โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทคและดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่มีนโยบายการใช้พลังงานสะอาด 100% มาเป็นเงื่อนไขหลักในการเลือกที่ตั้งฐานการผลิต"

หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,197 วันที่ 3 -6 พฤษภาคม พ.ศ. 2569