thansettakij
thansettakij
Black & Veatch ชี้ไทยเร่งสมดุลพลังงานสะอาด–เสถียรภาพไฟฟ้า รับดีมานด์ดิจิทัล

Black & Veatch ชี้ไทยเร่งสมดุลพลังงานสะอาด–เสถียรภาพไฟฟ้า รับดีมานด์ดิจิทัล

24 เม.ย. 69 | 04:11 น.
อัปเดตล่าสุด :24 เม.ย. 69 | 05:09 น.

Black & Veatch ชี้ดีมานด์ไฟฟ้ายุคดิจิทัลเร่งตัว ไทยต้องเดินหน้าพลังงานสะอาดควบคู่รักษาเสถียรภาพระบบ โดยก๊าซยังมีบทบาทสำคัญช่วงเปลี่ยนผ่าน

KEY

POINTS

  • ความต้องการใช้ไฟฟ้าในไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพสูงและต่อเนื่อง
  • ไทยเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ กับการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม
  • ก๊าซธรรมชาติยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน

วันที่ 24 เมษายน 2569 ท่ามกลางความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หลายประเทศกำลังเผชิญโจทย์สำคัญว่า จะรักษาระบบพลังงานให้มีเสถียรภาพและเชื่อถือได้อย่างไร ในขณะที่ต้องเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปพร้อมกัน

ในอีกด้านหนึ่ง ความผันผวนของตลาดพลังงานโลก รวมถึงปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในภาพรวม กำลังทำให้การวางแผนด้านพลังงานมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ “ความมั่นคงทางพลังงาน” กลับมาเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจอีกครั้ง

ในปี 2026 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech งานประชุมระดับโลกด้านก๊าซที่สำคัญที่สุดของโลก ท่ามกลางความท้าทายที่ภาคก๊าซและอุตสาหกรรมพลังงานโดยรวมกำลังเผชิญอยู่ ทำให้งานในปีนี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องอย่างยิ่งต่อผู้นำภาคธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลก

เจริน ราจ กรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย บริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ (Black & Veatch) ในสัมภาษณ์พิเศษ "ฐานเศรษฐกิจ" สะท้อนภาพแนวโน้มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางภูมิทัศน์พลังงานของประเทศไทยและตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในภาพรวม

ระบบไฟฟ้าไทยไม่ได้พึ่งแหล่งเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันทั้งระบบ

เขาอธิบายว่า โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อภาคไฟฟ้าของไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบทั้งหมดในระบบ โดยตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของไฟฟ้าทั้งประเทศ

ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายไฟฟ้า เช่น ระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง ก็มีบทบาทสำคัญในการรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจ

ในระยะหลัง พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคิดเป็นครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนที่ติดตั้งแล้วของประเทศ ซึ่งช่วยกระจายความหลากหลายของโครงสร้างพลังงาน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานคาร์บอนต่ำ

นอกจากนี้ยังย้ำว่า เมื่อระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น องค์ประกอบทั้งหมดจำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับความต้องการพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ดีมานด์ไฟฟ้าใหม่ กำลังถูกขับเคลื่อนโดยดิจิทัล

ในมุมของความต้องการพลังงาน เจรินอธิบายว่า ทิศทางในระยะต่อไปกำลังถูกขับเคลื่อนมากขึ้นจากภาคธุรกิจที่มีการเติบโตสูง เช่น การผลิตขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล

เขาระบุว่า มีการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของความต้องการพลังงานจากการขยายตัวของ AI และคลาวด์

สำหรับประเทศไทย แนวโน้มนี้เริ่มปรากฏชัด และการลงทุนในศูนย์ข้อมูลจะเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อความต้องการไฟฟ้าในอีกหลายปีข้างหน้า

นอกจากนี้ยังอธิบายว่า โครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้ต้องการพลังงานในปริมาณสูง ต่อเนื่อง และต้องมีความเชื่อถือได้ในระดับสูงมาก ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจำนวนมากยังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานคาร์บอนต่ำ ซึ่งทำให้การวางแผนพลังงานมีความซับซ้อนมากขึ้น

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ แนวทางการออกแบบระบบไฟฟ้าต้องเปลี่ยนไป โดยต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างการผลิตไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานของโครงข่าย และเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของระบบ

ก๊าซยังมีบทบาท เพราะระบบยังต้องมีความเสถียร

เมื่อพูดถึงบทบาทของก๊าซธรรมชาติและ LNG เขาอธิบายว่า ทั้งสองยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะเชื้อเพลิงในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ความต้องการพลังงานโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตจากพลังงานหมุนเวียนยังอยู่ระหว่างการขยายตัว โดยชี้ว่าโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงมีความยืดหยุ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการช่วยสร้างสมดุลให้กับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ด้วยเหตุนี้ ก๊าซจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในช่วงที่การผลิตไฟฟ้ามีความไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า บทบาทของก๊าซยังขึ้นอยู่กับพลวัตของตลาดโลก สำหรับประเทศที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติสุทธิ ความผันผวนของอุปทานและราคาสามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจ

สถานการณ์นี้ทำให้เห็นชัดว่า การวางแผนความมั่นคงทางพลังงานต้องมองในภาพรวม และต้องเชื่อมโยงหลายมิติ ไม่ใช่แค่เรื่องของแหล่งพลังงานเพียงอย่างเดียว ความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพของระบบ กับความสามารถในการรับภาระต้นทุนในระยะสั้น และมาตรการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว จึงมีความสำคัญมากขึ้น

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซที่มีอยู่ การสร้างความมั่นคงด้านการนำเข้า การทยอยผนวกรวมโซลูชันพลังงานสะอาด ไปจนถึงการสำรวจทางเลือกพลังงานในระยะยาว

เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมควบคู่กับความรู้ด้านที่ปรึกษาเชิงพาณิชย์ สามารถช่วยให้เจ้าของสินทรัพย์รับมือกับความผันผวนของราคา เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และวางแผนไปสู่ระบบพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น

อาเซียนกำลังหาสมดุลเดียวกัน แม้เส้นทางต่างกัน

เมื่อมองไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาอธิบายว่า แต่ละประเทศกำลังใช้แนวทางที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทของตนเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกประเทศกำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการเข้าถึงในด้านราคา และการลดการปล่อยคาร์บอน

เป้าหมายเหล่านี้ถูกผลักดันผ่านแผนการลงทุนด้านพลังงาน และแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน สำหรับประเทศไทย แนวทางยังคงให้ความสำคัญกับทั้งการขยายพลังงานหมุนเวียน และการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงาน ควบคู่ไปกับการรับมือกับความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง

แม้รายละเอียดของแต่ละประเทศจะแตกต่างกัน แต่เป้าหมายร่วมกันคือการทำให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และช่วยเพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อความผันผวนจากปัจจัยภายนอกในอนาคต

ไทยกำลังมีบทบาทมากขึ้นในเวทีพลังงานโลก

เขามองว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการหารือด้านพลังงาน ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง และการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศ และเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจหลักของอาเซียน ซึ่งช่วยเสริมบทบาทดังกล่าว

ภาพนี้สะท้อนผ่านการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นเวทีระดับโลกที่มุ่งเน้นบทบาทของก๊าซ LNG และเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก เช่น ไฮโดรเจน เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน และเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน งานดังกล่าวจะรวบรวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำอุตสาหกรรม และผู้พัฒนาเทคโนโลยีจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ในส่วนของ Black & Veatch เขาระบุว่าบริษัทมีบทบาทในการแบ่งปันประสบการณ์จากโครงการพลังงานในหลากหลายประเทศ และในปีนี้ ความสำคัญของงานยิ่งเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบริบทพลังงานโลก

บริษัทเตรียมความพร้อมในการหารือกับลูกค้าและพันธมิตร เพื่อร่วมสำรวจแนวทางที่โซลูชันด้านพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและมั่นคง จะสามารถสนับสนุนเป้าหมายทางธุรกิจภายใต้ความไม่แน่นอนในปัจจุบันได้อย่างไร

ความผันผวนของตลาดก๊าซ ต้องถูกนำมาคิดในแผนพลังงาน

ตลาดก๊าซในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงกันในระดับโลก ทำให้ความผันผวนของอุปทานและราคา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศผู้นำเข้าพลังงาน

สำหรับประเทศไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขามองว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการคำนึงถึงความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ในทางปฏิบัติ ประเด็นนี้ตอกย้ำความสำคัญของการกระจายความเสี่ยง ไม่เพียงในด้านแหล่งจัดหา LNG เท่านั้น แต่รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพลังงานที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนใช้พลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า

ขณะเดียวกัน เขายังเน้นถึงความสำคัญของการเดินหน้าตามแผนที่มีอยู่ ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน ความสามารถในการเปลี่ยนสถานะ LNG จากของเหลวให้กลับเป็นก๊าซ และความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบบสามารถรองรับความผันผวน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

อนาคตก๊าซ คือการเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานใหม่

ทิศทางของอุตสาหกรรมก๊าซว่า ยังคงมีบทบาทสำคัญในระยะสั้นถึงระยะกลาง โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม บทบาทดังกล่าวขึ้นอยู่กับพลวัตของตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เขามองว่าบทบาทของก๊าซกำลังเปลี่ยนไป โดยยังคงมีความสำคัญในการเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบพลังงาน และสนับสนุนการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน ขณะเดียวกัน ก็มีการให้ความสำคัญมากขึ้นกับการบริหารความเสี่ยงด้านราคา และความมั่นคงของอุปทาน

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ก๊าซ ผ่านเทคโนโลยี เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน รวมถึงการผนวกรวมกับโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำ โดยชี้ว่า การหารือในเวทีอย่าง Gastech กำลังขยายขอบเขตไปสู่บทบาทของก๊าซที่ทำงานร่วมกับพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และพลังงานทางเลือกใหม่อย่างไฮโดรเจน

เมื่อมองไปข้างหน้า ก๊าซจึงมีแนวโน้มที่จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบพลังงานแบบบูรณาการมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนอนาคตพลังงานที่มีความยืดหยุ่น มั่นคง และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

บทบาทของ Black & Veatch ในประเทศไทย 

เมื่อย้อนกลับไปดูบทบาทของ Black & Veatch ในประเทศไทย เขาเล่าว่า บริษัทเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของระบบไฟฟ้าไทย จุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1976 เมื่อบริษัทเป็นผู้ออกแบบโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนพระนครใต้ให้แก่การไฟฟ้ายันฮี ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยในช่วงเวลานั้น โรงไฟฟ้าแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทสำคัญในการรองรับการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะเริ่มต้น

ตลอดเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีส่วนสนับสนุนกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยรวมมากกว่า 20 กิกะวัตต์ และส่งมอบโครงการมากกว่า 125 โครงการร่วมกับ กฟผ. ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทระยะยาวในการขับเคลื่อนภาคไฟฟ้าของไทย

ในอีกด้านหนึ่ง เขายังกล่าวถึงบทบาทของบริษัทในพลังงานหมุนเวียน โดย Black & Veatch เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก ผ่านการทำหน้าที่เป็น Owner’s Engineer ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลพบุรี โซล่าร์ ขนาด 55 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเวลาที่แล้วเสร็จในปี 2011

เมื่อระบบพลังงานมีความซับซ้อนมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านแหล่งพลังงานและรูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้า บทบาทของบริษัทก็ขยายกว้างขึ้น จากงานออกแบบและวิศวกรรม ไปสู่การให้บริการที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การบริหารโครงสร้างพื้นฐานตลอดวงจรชีวิตของสินทรัพย์ รวมถึงการติดตามตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ โดยเฉพาะในบริบทของความมั่นคงทางพลังงาน และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของศูนย์ข้อมูล เ

การวางแผนและบริหารจัดการสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์กลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน