thansettakij
thansettakij
ยุคพลาสติกแพง-วัตถุดิบขาด! จี้บรรจุภัณฑ์อัปเกรดเครื่องจักร เร่งใช้วัสดุทดแทน

ยุคพลาสติกแพง-วัตถุดิบขาด! จี้บรรจุภัณฑ์อัปเกรดเครื่องจักร เร่งใช้วัสดุทดแทน

19 เม.ย. 69 | 22:30 น.

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ได้กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ซัดถล่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติก ที่กำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกพุ่งสูงขึ้น 50-70% และเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
  • ผู้ประกอบการถูกกระตุ้นให้เร่งปรับตัวไปใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ กระดาษ และวัสดุรีไซเคิล เพื่อความอยู่รอด
  • การลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่เป็นทางออกสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้วัตถุดิบ และรองรับวัสดุทางเลือกใหม่ๆ

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ได้กลายเป็นคลื่นยักษ์ที่ซัดถล่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลาสติก ที่กำลังเผชิญกับภาวะต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วถึง 50–70%

ซํ้าร้ายยังเกิดสภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงเนื่องจากฐานการผลิตใหญ่ในเอเชียอย่างไต้หวัน จีน และเกาหลีใต้ ต่างได้รับผลกระทบจนต้องระงับการส่งออกและปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาดที่ผันผวน วิกฤตการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเรื่องกำไรที่ลดลง แต่กำลังเป็นบททดสอบสำคัญที่บีบให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในยุคที่ของแพงและขาดตลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นางสาวกชสร โตเจริญธนาผล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผู้จัดงาน ProPak Asia 2026 ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะพลาสติกและวัสดุที่ต้องพึ่งพาปิโตรเคมี จะต้องเร่งปรับตัวไปใช้วัสดุทดแทน อย่างพลาสติกชีวภาพ กระดาษ ยางธรรมชาติ หรือใช้วัสดุรีไซเคิล โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้วิเคราะห์เพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิล หรือปรับสูตรการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ใช้ฟิล์มบางลง 20% หรือ ใช้กระดาษเคลือบแทนพลาสติกบางส่วน

ยุคพลาสติกแพง-วัตถุดิบขาด! จี้บรรจุภัณฑ์อัปเกรดเครื่องจักร เร่งใช้วัสดุทดแทน

ขณะเดียวกันจะต้องลงทุนและพัฒนาด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น เพื่อลดการใช้วัตถุดิบและการศูนย์เสีย ลดต้นทุนแรงงาน และรองรับการใช้วัสดุทางเลือกใหม่ๆ ได้

ข้อมูลจาก Fortune Business Insights และ Mordor Intelligence ระบุว่า ตลาดรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตประมาณ 3-4% ต่อปี จาการขยายตัวของภาคการผลิต การขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ฯลฯ

อีกทั้งอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากปัจจัยที่มีอิทธิพล คือ ความยั่งยืนที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ โดยตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน คาดว่าจะมีการเติบโตสูงกว่าตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วไปประมาณ 7% ต่อปี รวมทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มีบทบาทในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่หรือย่อยสลายได้ ทำให้นวัตกรรมและการออกแบบต้องตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

นายไพบูลย์ สรวมศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโนเวท แพคเกจจิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักร วัตถุดิบ และบริการในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ สะท้อนว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ประสบอยู่ขณะนี้ คือ การขาดแคลนวัตถุดิบ ต้นทุนที่ผันผวน ค่าแรงที่สูงขึ้นและการสูญเสียในการผลิต ดังนั้น ทางออกที่ตอบโจทย์ คือ การลงทุนในเทคโนโลยีและเครื่องจักรสมัยใหม่เพื่อแก้ปัญหา โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ควรเริ่มปรับปรุงที่จุดคอขวดในการผลิตก่อน และค่อยๆ ขยายการลงทุนตามศักยภาพของธุรกิจ

ส่วนนายสิทธิ ศิริจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานดี-สตราแพค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องจักร-โซลูชันบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อการส่งออก ได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยจะใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์โลกในเรื่อง Green Packaging และ Sustainability ที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต้องเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนโดยเร็ว ทั้งการพัฒนาวัสดุใหม่ การปรับปรุงการผลิตด้วยเทคโนโลยี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการขนส่งและลดปริมาณขยะ

ในงาน ProPak Asia 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จะเป็นอีกเวทีหนึ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการสามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตต้นทุนและวัตถุดิบ สู่การเติบโตและแข็งแกร่งในเวทีการค้าระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืนได้