

KEY
POINTS
การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง AIS จึงขยายผลโครงการ "คนไทยไร้ E-Waste" ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Central Group และ Japan Airlines เพื่อสร้างเส้นทางหมุนเวียนทรัพยากร (Circular Economy) จากไทยสู่โรงงานรีไซเคิลชั้นนำอย่าง Dowa Eco-System ประเทศญี่ปุ่น
AIS หรือ บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการ "AIS E-Waste" ภายใต้แนวคิด "คนไทยไร้ E-Waste" ตั้งแต่ปี 2562 นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ ของ AIS บอกกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงที่มาที่ไปของ โครงการ "AIS E-Waste” ว่า โครงการนี้เริ่มต้นจากการรณรงค์ให้ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี แต่มีข้อจำกัด ว่า จุดรับทิ้งมีเพียงใน Shop ของ AIS จำนวนไม่กี่ร้อยจุดทั่วประเทศนั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้งานจริง
นั้นจึงเป็นที่มาที่ AIS ได้ร่วมกับ Central Group ได้ขยายจุดรับทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ศูนย์การค้าของกลุ่มเซ็นทรัลกว่า 42 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้าสู่ระบบการจัดการขยะที่ได้มาตรฐานและได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น
“การทำงานร่วมกับ Central Group, Japan Airlines และ WMS ยังเป็นการสร้าง ‘โมเดลระดับประเทศ’ ภายใต้แนวคิด Circular Economy ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคสู่โรงงานรีไซเคิลระดับโลกอย่างครบวงจร ก่อให้เกิด E-Waste Ecosystem สำหรับประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทิ้งอย่างถูกวิธีจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง 100% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อผู้บริโภคได้เห็นปลายทางของขยะอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การใช้งานไปจนถึงการทิ้งอย่างถูกต้อง”
ด้านนางสาวอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กรและความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแนวคิด Circularity หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ไฮไลต์สำคัญของการเดินทางครั้งนี้ คือ การเปิดบ้าน Dowa Eco-System ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อชมกระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ใน 2 ส่วนหลัก
ด้านนายทาคาฟุมิ ซะวะดะ ผู้บริหารจาก Japan Airlines (JAL) เผยถึงเป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2050 โดยมุ่งเน้นการใช้ Sustainable Aviation Fuel (SAF) หรือเชื้อเพลิงจากน้ำมันใช้แล้ว ซึ่งตั้งเป้าสัดส่วนการใช้ที่ 10% ภายในปี 2030 พร้อมการปรับเปลี่ยนฝูงบินสู่รุ่นประหยัดพลังงานอย่าง Airbus A350 และ Boeing 787
นอกจากนี้ JAL ยังใช้หลักการ 3R+1R (Reduce, Reuse, Recycle + Redesign) ยกเลิกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และพัฒนาภาชนะที่ย่อยสลายได้ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ
ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชม JAL Sky Museum พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลใกล้สนามบินฮาเนดะ ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และนวัตกรรมของสายการบิน ตั้งแต่เครื่องแบบอันเป็นเอกลักษณ์ไปจนถึงการชมโรงเก็บเครื่องบินจริง ที่เผยให้เห็นความพิถีพิถันของทีมวิศวกรภายใต้จิตวิญญาณการบริการแบบ "Omotenashi" หรือการใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ JAL เป็นสายการบินระดับโลก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง