thansettakij
thansettakij
เทียบนโยบายเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองชู Net Zero ถึง เศรษฐกิจสีเขียว

เทียบนโยบายเลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองชู Net Zero ถึง เศรษฐกิจสีเขียว

11 ม.ค. 2569 | 23:00 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ม.ค. 2569 | 01:36 น.

เลือกตั้ง 2569 พรรคการเมืองแข่งชูนโยบายสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่ Net Zero การลด PM 2.5 พลังงานสะอาด ระบบคาร์บอนเครดิต และเศรษฐกิจสีเขียว

KEY

POINTS

  • พรรคการเมืองต่างๆ ชูนโยบายสีเขียวเป็นประเด็นหลักในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 โดยมีเป้าหมายตั้งแต่ Net Zero ไปจนถึงเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและ PM 2.5
  • หลายพรรคมีแนวทางร่วมกันในการผลักดันกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เช่น พระราชบัญญัติอากาศสะอาด และพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสร้างกรอบการทำงานที่ชัดเจน
  • มีการเสนอเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย เช่น การจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) การใช้คาร์บอนเครดิต การส่งเสริมการเงินสีเขียว (Green Finance) และการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าพลังงานสะอาด

วันที่ 9 มกราคม 2569 ประเด็นการลดก๊าซเรือนกระจกและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว กลายเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคการเมืองหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นจุดขายใน การเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนแรงกดดันจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิกฤตมลพิษ PM 2.5 ตลอดจนทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มุ่งสู่ Net Zero และ Green Transition อย่างจริงจัง

เมื่อพิจารณานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศของแต่ละพรรค จะพบว่ามีทั้งจุดร่วมและจุดต่าง ทั้งในเชิงกฎหมาย เครื่องมือทางเศรษฐกิจ และบทบาทของภาคเอกชน–ชุมชน ดังนี้ 

พรรคภูมิใจไทย

วางกรอบนโยบายโดยผลักดันเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการผลักดันกฎหมายและมาตรฐานสีเขียว รวมถึงการเงินสีเขียว หรือ Green Finance ในด้านพลังงาน พรรคเสนอการใช้พลังงานสีเขียวผ่านระบบ Direct PPA เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้า ส่งกระเเสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ขายให้แก่รัฐ 

นอกจากนี้ยังการการวางกรอบด้านคมนาคมสีเขียว ผ่านโครงการรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถเมล์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ขณะเดียวกัน ยังเชื่อมโยงมิติสิ่งแวดล้อมเข้ากับภาคท่องเที่ยว ด้วยแนวคิด Low Carbon Destination มุ่งสู่การท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

พรรคประชาธิปัตย์

ชูแนวคิด “เศรษฐกิจสีเขียว” โดยมองสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสร้างรายได้ (Green Economy) พร้อมผลักดันการใช้คาร์บอนเครดิตในระดับชุมชนและอุตสาหกรรม ควบคู่กับแนวคิดพันธบัตรป่าไม้ โครงการปลูกป่าระดมทุนผ่านพันธบัตรและโครงการปลูกป่าได้เงินเดือน 

นอกจากนี้ พรรคยังวางกรอบกฎหมาย โดยเสนอผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติอากาศสะอาด พระราชบัญญัติเศรษฐกิจหมุนเวียน และพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พรรคประชาชน

เสนอผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการจัดเก็บภาษีเพื่อรองรับ Green Transition ควบคู่กับมาตรการด้านเกษตร เช่น ประกันภัยการเกษตรด้วยดัชนีสภาพอากาศ การจัดทำปฏิทินเพาะปลูกตามข้อมูลภูมิอากาศ และส่งเสริมการทำนาเปียกสลับเเห้ง พรรคยังให้ความสำคัญกับการจัดการขยะ ผ่านการส่งเสริมโรงไฟฟ้าจากขยะ (RDF) และเพิ่มบทบาทองค์กรจัดการขยะ

รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง Green Sustainability Bonds ระดมทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ระบบขนส่งสาธารณะ และการรับมือภัยพิบัติ พร้อมเสนอการเปิดตลาดซื้อขายไฟฟ้าเสรี และการใช้ระบบ Net-metering สำหรับ Solar Cell ขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้รัฐหรือเอกชน

พรรคไทยสร้างไทย

ผลักดันให้มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมเสนอการจัดเก็บภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) ตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ควบคู่กับการจัดแบ่งโซนปลูกป่าเพื่อฟฟื้นฟูธรรมชาติ เป็นป่าเศรษฐกิจที่จะมีรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิต พรรคยังมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อการปรับตัวต่อ Climate Change และสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อพัฒนาระบบวัดผล รายงานผล และตรวจสอบ หรือ MRV

พรรคโอกาสใหม่

เสนอแนวนโยบายในภาพกว้าง โดยเน้นการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน และการใช้พลังงานสะอาด

พรรคเพื่อไทย

ผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อแก้ปัญหา PM 2.5 ลดภาษีรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษไม่เกินมาตรฐาน ,รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมมาตรการควบคุมและกำจัดมลพิษ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนดูแลสิ่งแวดล้อมที่จัดเก็บจากผู้ก่อมลพิษ

พรรคพลังประชารัฐ

เสนอเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำและอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ อุตสาหกรรมหมุนเวียน และบริการสีเขียว รวมถึงการปฏิรูปที่ดินและการจัดทำ “แผนที่น้ำ” หรือ Water Map เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูล 

  • องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก