

KEY
POINTS
กกพ.เร่งเดินหน้าเปิดซื้อขายไฟฟ้าเสรี นำร่องโครงการ Direct PPA เป้าหมายรวม 2,000 เมกะวัตต์ ผ่านการขอใช้บริการ TPA ป้อนไฟฟ้าสีเขียวให้กับ Data Center ที่บีโอไออนุมัติลงทุน คาดร่างข้อกำหนดเปิดใช้ TPA Code และค่าบริการใช้สายส่ง เข้ากบง.เดือนพ.ย.นี้
เริ่มเห็นภาพชัดเจนของนโยบายการเปิดซื้อขายไฟฟ้าเสรี เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เดินหน้าผลักดันการออกร่างข้อกำหนดการเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Code หรือ TPA Code)
ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติสำหรับการไฟฟ้าและผู้ที่เกี่ยวข้องในการส่งจ่ายหรือซื้อขายหน่วยไฟฟ้าผ่านการใช้หรือเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า และร่างหลักเกณฑ์ โครงการนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการ TPA สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนหรือไฟฟ้าสีเขียวของ Data Center ที่มีความต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ภายใต้กรอบเป้าหมายรวมไม่เกิน 2,000 MW โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนระหว่างวันที่ 3-10 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา
การดำเนินงานครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นตลาดไฟฟ้าของไทย ที่จะก้าวออกจากระบบ “ผู้ซื้อรายเดียว” (Single Buyer Model) สู่ตลาดเสรีที่มีการแข่งขัน ภายใต้การกำกับดูแลที่เข้มงวดและมีมาตรฐานสากล เพื่อรักษาความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และยังเป็นการเร่งรัดให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการเป็นศูนย์กลางข้อมูลดิจิทัล (Digital Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ กกพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นในการออกร่างข้อกำหนด TPA Code และร่างหลักเกณฑ์ Direct PPA จะนำมารวบรวมจัดทำข้อกำหนด รวมถึงอัตราค่าบริการ TPA เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ให้ความเห็นชอบต่อไป คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในช่วงต้นปี 2569
ทั้งนี้ โครงการ DirectPPA นี้มีเป้าหมายหลักในการดึงดูดการลงทุนด้าน DataCenter ขนาดใหญ่ที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของบริษัทแม่ โดยกำหนดคุณสมบัติ Data Center ในฐานะผู้ซื้อไฟฟ้า ต้องเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI และยังไม่มีการรับรู้รายได้ จากการประกอบกิจการ หรือเป็นโครงการลงทุนใหม่โดยเฉพาะ
อีกทั้ง ต้องมีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าฐานอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 50 เมกะวัตต์(MW) ต่ออาคารหรือต่อหลัง ซึ่งเป็นการมุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการ DataCenter ระดับ Hyperscale และมีแผนการใช้ไฟฟ้าที่ชัดเจนเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า 10 ปี
ขณะที่คุณสมบัติผู้ผลิตไฟฟ้า ในฐานะผู้ขายไฟฟ้า ต้องเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ที่ยังไม่เคยประกอบกิจการมาก่อน และ ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ยังคงมีผลผูกพันกับภาครัฐ และมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม (หรือมีขนาดรวมของเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า ในกรณีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์) ตั้งแต่ 1,000 kVA ขึ้นไป และได้รับการตรวจสอบและยืนยันจากการไฟฟ้าว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าสามารถรองรับได้
ทั้งนี้ Data Center สามารถซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าหลายรายได้ และสามารถซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เพื่อใช้ในช่วงเวลาที่ไม่มีการจองใช้บริการ TPA หรือ ในช่วงเวลาที่มีการจองใช้บริการ TPA แต่ใช้ไฟฟ้าเกินกว่าแผนการส่งจ่ายไฟฟ้ารายวันของผู้ผลิตไฟฟ้า
นอกจากนี้ การซื้อขายไฟฟ้าภายใต้ DirectPPA ทั้งหมดจะต้องดำเนินการ ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (TPA) และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ TPA Code เพื่อสร้างความมั่นใจในเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม โดยเฉพาะเรื่องการ รักษาสมดุลไฟฟ้า(Balancing) ผ่านกลไก Imbalance Charge (ค่าปรับความไม่สมดุล) ที่มีการตรวจสอบปริมาณไฟฟ้าที่ส่งเข้า/ใช้จริง เทียบกับแผนที่ตกลงไว้ทุก 15 นาที
นอกจากนี้ หากผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียน ส่งจ่ายไฟฟ้าน้อยกว่าแผน หรือ DataCenter ใช้ไฟฟ้าเกินกว่าแผน จนเกิดความเบี่ยงเบน (Negative Imbalance) มากกว่า 2% ผู้รับผิดชอบจะต้องชำระค่าปรับในอัตราสูงไม่เกินสองเท่าของอัตราค่าไฟฟ้าปกติ ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งสร้างวินัยให้กับผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนให้มีความแม่นยำในการพยากรณ์และบริหารจัดการพลังงาน
ในขณะที่ TPACode จะใช้หลักการ Use-It-Or-Lose-It หรือการกำหนดให้ผู้ที่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงหรือจัดสรรทรัพยากรจำกัด ในการกำกับดูแล โดยกำหนดให้ DataCenter ที่ได้รับสิทธิ Direct PPA ต้องดำเนินการให้ผู้ผลิตไฟฟ้าทำ สัญญาการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (TPA Contract) ให้ครบตามปริมาณที่ได้รับสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด
หากมีสัญญา PPA แล้วแต่ผู้ผลิตไม่สามารถเริ่มจ่ายไฟฟ้าหรือเชื่อมต่อระบบได้ตามกำหนดในสัญญาภายใน 12 เดือน สัญญา TPA จะถูก ยกเลิกโดยอัตโนมัติ ทำให้ DataCenter ต้องสละสิทธิ Direct PPA เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการ (โดยเฉพาะรายใหญ่) จองหรือกักตุนศักยภาพของสายส่ง/สายจำหน่ายไฟฟ้าไว้เกินความจำเป็น หรือจองไว้เพื่อกีดกันคู่แข่ง ไม่ให้สามารถเข้าถึงโครงข่ายได้
อีกทั้ง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เข้าร่วมโครงการ Direct PPA ที่มีขนาดกำลังผลิต ตั้งแต่ 6 MW ขึ้นไป จะต้องผ่านการศึกษาผลกระทบระบบโครงข่ายไฟฟ้า (System Study) จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อให้มั่นใจว่าการเชื่อมต่อจะไม่สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
ดังนั้น การออกร่างหลักเกณฑ์ Direct PPA พร้อมกับการบังคับใช้ TPA Code จึงเป็นกลไกที่สมบูรณ์แบบในการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าอย่างมีคุณภาพ โดยเป็นการสร้างอุปสงค์ ไฟฟ้าสีเขียวให้กับผู้ผลิต ขณะเดียวกันก็สร้างกฎกติกาที่เข้มงวด เพื่อกำกับให้การใช้โครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะเกิดความมั่นคง โปร่งใส และเท่าเทียมต่อผู้ประกอบการทุกราย โดยคาดว่าโครงการนี้จะสามารถก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ราว 65,000 ล้านบาท ช่วยลดการปล่อยก๊าญคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 1.66 ล้านตัน เกิดการจ้างงาน 3,094 ตำแหน่ง จากกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานจากพลังงานดแทน 2,600 เมกะวัตต์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง