อาชีพใหม่ของ “แจ็ก หม่า” นำเทคโนโลยีปั้น “เกษตรอัจฉริยะ”

02 ส.ค. 2566 | 17:10 น.

“แจ็ก หม่า” ไม่เคยห่างหายจากความสนใจของสื่อ ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว ผู้คนมักจะมีคำถามว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ งานที่แจ็ก หม่า หยิบจับล่าสุดยังคงเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยี และครั้งนี้เป็นเทคโนโลยีที่โลกกำลังต้องการอย่างยิ่ง

 

หลังจากที่ แจ็ก หม่า (Jack Ma) มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและอี-คอมเมิร์ซระดับโลกปรากฏตัวออกสื่อเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ในฐานะอาจารย์รับเชิญพิเศษแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นั่นเหมือนจะเป็นการส่งสัญญาณให้โลกรู้ว่า มหาเศรษฐีระดับโลกที่สร้างตัวเองจากศูนย์คนนี้ กำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับการเกษตรแบบยั่งยืน และ การผลิตอาหาร เพราะเป็นหนึ่งในหัวข้อที่เขาจะทำร่วมกับมหาวิทยาลัยในฐานะนักวิจัย

หัวข้อวิจัยของแจ็ก หม่านั้นได้แก่เรื่อง Sustainable Agriculture and Food Production ในช่วงเวลานั้น นักวิเคราะห์เชื่อว่า แจ็ก หม่า คงหมดไฟในเรื่องธุรกิจแล้ว และหันมาทุ่มเทความสนใจให้กับงานด้านวิชาการ และแบ่งปันประสบการณ์-ถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนนักศึกษามากกว่า

แจ็ก หม่า ในบทบาทอาจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว (ภาพจาก Tokyo College/The University of Tokyo)

แต่การกล่าวเช่นนั้น อาจจะเป็นการด่วนสรุปเกินไป เพราะล่าสุดต้นสัปดาห์นี้ สื่อต่างประเทศรวมทั้งซีเอ็นบีซี สื่อใหญ่ของสหรัฐ รายงานข่าวว่า แจ็ก หม่า กำลังเริ่มอาชีพใหม่ในฐานะนักลงทุนในบริษัทที่ชื่อ 1.8 Meters Marine Technology (Zhejiang) Co., Ltd. เป็นบริษัทสตาร์ทอัพของจีนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีการเกษตรซึ่งจะช่วยพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ (agritech) หรือการเกษตรอัจฉริยะ (smart farming) ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน

ก่อนหน้านี้ หลายคนมองว่า การเป็นนักธุรกิจของแจ็ก หม่า คงจะเดินทางมาถึงฉากสุดท้ายแล้ว เพราะหลังจากโดนทางการจีนสั่งคว่ำดีล IPO ของ Ant Group ที่เป็นบริษัทฟินเทคในเครือของอาลีบาบา กรุ๊ป ข่าวคราวแจ็ก หม่า ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งอาลีบาบาก็แทบจะหายไปจากหน้าสื่ออย่างสิ้นเชิง มีเพียงข้อมูลออกมาประปรายว่าเขาไปปรากฏตัวเป็นครั้งคราวในประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

แต่สื่อที่เปิดประเด็นความสนใจใหม่ของแจ็ก หม่าในด้านการเกษตร คือ เซาธ์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ สื่อใหญ่ของฮ่องกง ที่ออกมาระบุว่า บริษัทสตาร์ทอัพที่มหาเศรษฐีรายนี้เข้าไปลงทุน เพิ่งจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานตั้งอยู่ในเมืองหางโจว ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดและเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา กรุ๊ปนั่นเอง

ความเคลื่อนไหวของแจ็ก หม่า ครั้งนี้ นับว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา “เกษตรอัจฉริยะ” ของรัฐบาลจีน

การกลับมาในแวดวงธุรกิจอีกครั้งหลังจากเก็บเนื้อเก็บตัวเงียบๆอยู่ราว 3 ปี ทำให้การลงทุนด้วยการถือหุ้น 10% ในบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการเกษตรของเขาครั้งนี้ น่าสนใจอย่างยิ่ง เหตุผลหนึ่งเนื่องจาก...

  • นี่เป็นกระแสของโลกที่กำลังให้ความสำคัญกับการเกษตรสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิต
  • และอีกเหตุผลก็คือความเคลื่อนไหวของแจ็ก หม่า ครั้งนี้ นับว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนา “เกษตรอัจฉริยะ” ของรัฐบาลจีน ที่มุ่งผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรทางการเกษตรที่เหมาะสม โดยจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะที่ล้ำสมัย เพื่อรองรับความต้องการบริโภคผลผลิตทางการเกษตร ประมง และปศุสัตว์   

ทั้งนี้ ในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ย้ำถึงความสำคัญของการนำพาจีนไปสู่การพัฒนาการเกษตรขั้นสูงและชนบทสมัยใหม่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร การส่งเสริมระบบนิเวศอุตสาหกรรมการเกษตรที่ทันสมัย การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเกษตรอัจฉริยะ และการสร้างสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาทางการเกษตรที่ยั่งยืน เพื่อสร้างจีนให้เป็นประเทศที่แข็งแกร่งทางการเกษตรชั้นนำของโลกนั่นเอง โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกษตรอัจฉริยะของจีน มีความเติบโตรุดหน้าอย่างมาก ขณะที่มณฑลต่าง ๆ ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลกลาง โดยเร่งการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของแจ็ก หม่า ไปในทิศทางเดียวกันนี้ จึงถือเป็นการขยับตัวที่ไม่สร้างความขัดแย้งกับรัฐบาล ลดการเสียดทาน และดีไม่ดีควรจะได้รับการสนับสนุนส่งเสริมด้วยซ้ำ แตกต่างไปจากในอดีตที่ธุรกิจของเขาถูกทางการควบคุมและตรวจสอบอย่างหนัก

ความเคลื่อนไหวของแจ็ก หม่า ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการขยับตัวที่ไม่สร้างความขัดแย้งกับรัฐบาล ทั้งยังควรได้รับการสนับสนุนด้วยซ้ำ

สื่อระบุว่า แจ็ก หม่า ใช้เวลาในช่วงที่ต้องลดบทบาททางธุรกิจและเก็บปากเก็บคำ (หลังจากที่ไปเอ่ยปากวิพากษ์วิจารณ์ระบบกำกับดูแลการเงินการธนาคารของรัฐบาลจีนในปี 2020) ห่างหายจากการออกสื่อในช่วงสามปีที่ผ่านมา ตระเวนศึกษาหาข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการเกษตรในหลายประเทศ อาทิ สเปน เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น รวมทั้งไทย

การลงทุนของเขาในบริษัท 1.8 Meters Marine Technology (Zhejiang) จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า แจ็ก หม่า มีความจริงจังที่จะเดินหน้าธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่

นักวิเคราะห์เชื่อว่า จากประสบการณ์ด้านการบริหารองค์กรธุรกิจที่เชี่ยวชาญทั้งด้านการค้าและเทคโนโลยี  ความพร้อมทางการเงิน ตลอดจนวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจชั่วโมงบินสูง แจ็ก หม่า น่าจะทำให้ธุรกิจด้านการเกษตรของเขาพัฒนาไปสู่การเป็นจักรกลตัวใหม่ที่จะนำโลกของเทคโนโลยีมาบรรจบกับการผลิตที่ทันสมัยได้อย่างยั่งยืน ทั้งในแง่ของการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต ไปจนถึงการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน