

KEY
POINTS
การรับรอง OECMs ถือเป็นก้าวสำคัญของกลุ่มบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่สะท้อนผลลัพธ์การฟื้นฟูธรรมชาติอย่างยั่งยืนตลอด 93 ปี ผ่าน “โครงการสิงห์ปาร์ค เชียงราย และ CROSSROADS Maldives” ซึ่งเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่ภาคเอกชนเพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพระดับสากล
นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวว่า การได้รับรับรองพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง หรือ OECMs (Other Effective Area-Based Conservation Measures) นับเป็นกลไกการอนุรักษ์ธรรมชาติรูปแบบใหม่ตามนิยามของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)
มุ่งเน้นการนำพื้นที่ที่ไม่ได้จัดเป็นเขตคุ้มครองตามกฎหมายของภาครัฐ มาบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อระบบนิเวศในถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (in-situ) อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยพิจารณาควบคู่ไปกับบริการทางระบบนิเวศ คุณค่าทางวัฒนธรรม และบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่
การรับรองครั้งนี้ของกลุ่มบุญรอดฯ ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายที่ 3 ภายใต้กรอบงานคุนหมิง–มอนทรีออลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework) หรือเป้าหมาย 30x30 ที่นานาประเทศตั้งเป้าอนุรักษ์และบริหารจัดการพื้นที่บนบก น้ำจืด ชายฝั่ง และทะเลของโลกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี ค.ศ. 2030
การที่เอกชนไทยสามารถผลักดันพื้นที่ภายใต้การดูแลให้เข้าเกณฑ์ระดับสากลได้ทั้งบนบกและทางทะเล จึงเป็นดัชนีชี้วัดศักยภาพในการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด Global Citizen ที่มุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
“การได้รับการรับรอง OECMs ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสากลครอบคลุมทั้งทางบกและทางทะเล ถือเป็นการยืนยันถึงความตั้งใจและผลลัพธ์จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติมาอย่างยาวนาน ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์ แต่เป็นการบันทึกความสำเร็จที่วัดผลได้เชิงประจักษ์ พร้อมขยายผลแนวทางการดูแลระบบนิเวศร่วมกับชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่โดยรอบต่อไป”
สำหรับพื้นที่ทางทะเล โครงการ CROSSROADS Maldives ซึ่งพัฒนาและบริหารโดย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ในบริเวณ Emboodhoo Lagoon อะทอลล์คาฟู สาธารณรัฐมัลดีฟส์ ครอบคลุมพื้นที่ 1.71 ตารางกิโลเมตร ได้รับการรับรอง OECMs จากกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569
ผลลัพธ์ทางนิเวศวิทยาจากการสำรวจระหว่างปี 2566–2568 พบสัตว์ทะเลที่จัดอยู่ในบัญชีแดงของ IUCN จำนวน 24 ชนิด ในจำนวนนี้มีสัตว์ทะเลหายากและอยู่ในสถานภาพ "ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง" (Critically Endangered: CR) ถึง 3 ชนิด ได้แก่ เต่ากระ (Hawksbill Turtle), ฉลามหัวค้อน (Scalloped Hammerhead Shark) และกระเบนนกรางกระแส (Ornate Eagle Ray)
นอกจากนี้ งานฟื้นฟูแนวปะการังในเขตดูแลสามารถขยายพื้นที่แนวปะการังเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,300 ตารางเมตร ในปี 2561 สู่ระดับมากกว่า 8,000 ตารางเมตร ในปี 2569 คิดเป็นอัตราการเติบโตมากกว่า 600% ภายในระยะเวลา 8 ปี ทั้งยังมีการบันทึกการพบเห็นโลมาสะสมรวม 7,851 ตัว จากการสำรวจ 246 ครั้ง แสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลที่เป็นแหล่งพักพิงของสิ่งมีชีวิตหลากสายพันธุ์
ในส่วนของระบบนิเวศบนบกและแหล่งน้ำ พื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำภายใน "สิงห์ปาร์ค เชียงราย" จังหวัดเชียงราย ได้รับเกียรติบัตรรับรอง OECMs จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีระยะเวลารับรองตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 2573
การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพร่วมกับฝ่ายงานความหลากหลายทางชีวภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ระหว่างปี 2566–2568 บันทึกสิ่งมีชีวิตรวม 184 ชนิด แบ่งเป็น พรรณไม้ 61 ชนิด, นก 54 ชนิด, ผีเสื้อ 34 ชนิด, แมลงปอ 26 ชนิด, สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 5 ชนิด, สัตว์เลื้อยคลาน 3 ชนิด และหิ่งห้อย 1 ชนิด
พื้นที่ดังกล่าวยังทำหน้าที่เป็นถิ่นอาศัย แหล่งอาหาร และจุดวางไข่ขยายพันธุ์ของนกน้ำและนกอพยพที่พบได้ยากในประเทศไทย โดยพบชนิดพันธุ์ที่อยู่ในสถานภาพถูกคุกคาม ได้แก่ นกปรอดหัวโขน และ เป็ดดำหัวสีน้ำตาล (Ferruginous Duck) ซึ่งเป็ดดำหัวสีน้ำตาลยังจัดอยู่ในสถานะ "ใกล้ถูกคุกคาม" (Near Threatened: NT) ตามบัญชีแดงของ IUCN ในระดับโลก สะท้อนว่าการบริหารจัดการพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตามเงื่อนไขของมาตรฐาน OECMs พื้นที่ที่ได้รับการรับรองจะต้องมีการจัดทำและส่งรายงานการติดตามผลทางนิเวศต่อหน่วยงานประเมินของรัฐเป็นประจำทุกปี และจะต้องได้รับการประเมินคุณภาพอย่างเป็นทางการอีกครั้งทุกๆ 5 ปี ซึ่งทางกลุ่มบุญรอดฯ ยืนยันความพร้อมในการเก็บข้อมูลวิจัยและรายงานผลทางนิเวศวิทยาของทั้งสองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
กระบวนการอนุรักษ์ตามแนวทาง OECMs ของบุญรอดฯ จึงไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการยกระดับฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ชุมชนรอบข้าง และการรักษาต้นทุนทางธรรมชาติให้คงอยู่เพื่อส่งมอบแก่สังคมในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง