

KEY
POINTS
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยผลการประเมินสถานการณ์น้ำผ่าน Facebook รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ว่า สัญญาณโดยรวมยังมีปัจจัยบวก โดยคาดการณ์ในช่วง 10 วันข้างหน้า ภาคกลางและกรุงเทพมหานครจะไม่มีฝนตกหนัก ขณะที่ความเสี่ยงจากพายุจรอยู่ในระดับต่ำ
สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือ ขณะนี้มวลน้ำปิงบริเวณอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำหลากที่จังหวัดนครสวรรค์ผ่านจุดสูงสุดแล้ว โดยมีปริมาณน้ำสูงสุดประมาณ 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะที่ปริมาณน้ำสะสมยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปี 2554 โดยคิดเป็นประมาณ 57% ของปริมาณในปีดังกล่าว ส่วนพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ยังคงเร่งระบายน้ำบริเวณปลายคลองด่านลงทะเลอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำที่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นและมีความเสี่ยงต่อน้ำล้นคันในบางพื้นที่
พื้นที่เหนือเขื่อนที่ต้องติดตาม ได้แก่ จังหวัดชัยนาทและอุทัยธานี โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ ส่วนพื้นที่ใต้เขื่อน ได้แก่ อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท รวมถึงสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา บริเวณแนวคันคลองมหาราชและคันถนนดำ
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามชุมชนริมแม่น้ำสายรอง โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยและแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล การประเมินสถานการณ์ในระดับปัจจุบัน หรือกรณีเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังไม่ส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ส่วนจุดที่ต้องติดตามคือระดับน้ำหลากที่จังหวัดนครสวรรค์ โดย กรณีที่ปริมาณน้ำหลากเกิน 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะเป็นจุดที่ระดับความเสี่ยงเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่ระดับที่รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ ข้อเสนอในการสื่อสารสถานการณ์ควรเป็นการเตือนภัยตามข้อเท็จจริง ไม่สร้างความตื่นตระหนก และควรอัปเดตข้อมูลเป็นรายวันจนกว่าจะมีความมั่นใจว่ามวลน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง